ประวัติคริสตจักรคลองเตย
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1982 เป็นวันอีสเตอร์ที่พิเศษกว่าทุกปีของศาลาธรรมคลองเตยเพราะในบ่ายวันนั้นมีพิธีสถาปนา จากศาลาธรรมเป็นคริสตจักร พิธีแต่งตั้งศิษยาภิบาล พิธีแต่งตั้งมัคนายก 12 ท่าน มีผู้ที่จะรับบัพติสมา และยืนยันความเชื่อรวม 14 ท่าน
แม้ว่าวันนั้นทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยทั้งการเตรียมงานและดำเนินงานจนเสร็จพิธีในเวลา บ่ายๆ ทุกคนต่างมีความสุขและปลื้มปิติยินดี เมื่อสถาปนาคริสตจักรอย่างเป็นทางการแล้ว คริสตจักรได้ดำเนินงานอย่าง เต็มรูปแบบภายใต้พระคุณของพระเจ้า เผยแพร่ขยายพันธกิจ มีศาลาธรรมเกิดขึ้นหลายแห่งพร้อมทั้งมีคริสตจักรลูกอยู่ ภายใต้การดูแล ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
เดือนกรกฎาคม ค.ศ . 1982 คณะธรรมกิจมีมติเชิญ อจ . อัจฉรา อัจฉรารัตนโสภณ เป็นศิษยาภิบาล ของคริสตจักรต่ออีกวาระหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ปีวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1983 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 1987 พร้อมทั้ง สนับสนุนให้ท่านเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่ สหรัฐอเมริกา ในระหว่างนั้นได้เรียนเชิญศจ . วิรัช เศรษฐโสภณกุลเป็นที่ปรึกษา และผู้ช่วยศิษยาภิบาล อจ . สุวิมล เตชะเดช ดำเนินการต่อไป ในระหว่างนั้นคณะธรรมกิจมีความปรารถนาที่จะเชิญผู้รับใช้พระเจ้าที่ พร้อมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิและแต่งงานมีครอบครัวแล้วมาเป็น ศิษยาภิบาลรักษาการ จึงได้ติดต่อไปที่ อจ.มาระโก สุกัญจนสิริ ( ซึ่งเคยเป็นอนุชนบุกเบิกของคลองเตย ) ปรากฏว่ามีอุปสรรค รับเชิญไม่ได้ เราจึงยอมตามน้ำพระทัยพระเจ้า
ค.ศ. 1983 นักศึกษา B.I.T. คุณศิริพร แซ่หยาง และคุณรัชนี สีพงษ์ได้มาช่วยรับใช้และทราบว่าคุณ รัชนี สีพงษ์จะสำเร็จการศึกษาจะมาร่วมรับใช้พระเจ้าด้วยกัน ก็มีความปิติยินดีเป็นอย่างมาก พันธกิจเวลา นั้นมีผู้รับผิดชอบดังนี้
1) ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล รับผิดชอบจัดตารางเทศนาพร้อมช่วยเทศนาและหานักเทศน์มาสลับ การเทศน์
2) ครูสุวิมล เตชะเดช ดูแลอนุชน ยุวชน เยี่ยมเยียน เซลกรุ๊ป และดูแลบุคลากรด้านจิตวิญญาณของ สถาน เลี้ยงเด็ก
3) ครูรัชนี สีพงษ์ ดูแลเรื่องรวีวารศึกษา สูจิบัตรและเด็กในชุมชน
ต่อมาคณะธรรมกิจยังมีความปรารถนาที่จะสรรหาศิษยาภิบาล จึงได้ส่งผู้แทนไปทาบทาม ศจ.ไพบูลย์ เอกวาทีศิริ และศจ .ประทีป ประทีปทองคำ โดยมีอนุกรรมการ คือ มค.เจตน์ มค . หัทยา และมค.ชัยชาญ เป็น กลุ่มหาข้อมูลสรรหาและไปทาบทาม ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันได้รับทราบว่า ศจ. วิรัช ไม่อาจจะมาเป็น ที่ปรึกษาได้อีก เพราะ ศจ. รุ่ง เริงสันต์อาจิณจะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา ศจ. วิรัชต้องทำงานมากขึ้นใน B.I.T. เป็นเหตุให้กรรมการสรรหาศิษยาภิบาลทำงานหนักยิ่งขึ้น ต่อมาได้ติดต่อทาบทาม ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน ศจ.ประทีป ประทีปทองคำ อีกครั้งและศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ก็ยังไม่ประสบความ สำเร็จ เวลานั้น อจ. อัจฉรา มีจดหมายมาแจ้งให้ทราบว่า ท่านยังไม่สามารถกลับตามกำหนดได้ขอให้ทางคณะ ธรรมกิจสรรหาศิษยาภิบาลแทนท่านด้วย
ค.ศ. 1984 มค.ชัยชาญ อัจฉรารัตนโสภณ ได้รับมอบหมายให้ไปทาบทาม ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ศจ.สุพิชญ์แนะนำให้เชิญ ศจ.โยนา ไปช่วยระหว่างสุดสัปดาห ์เพราะพันธกิจของโรงพยาบาลยังไม่หมดวาระ แต่รับปากว่าในปี ค.ศ. 1985 อาจสามารถไปร่วมรับใช้ได้ จึงเป็นความหวังใจ อย่างมากของพี่น้องในคริสตจักร
ดังนั้นตามคำแนะนำของ ศจ.สุพิชญ์ จึงได้เชิญ ศจ.โยนา วิจักษณ์โยธิน มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคริสตจักรแทน ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล และได้จัดงานเลี้ยงรับและเลี้ยงส่งศาสนาจารย์ทั้งสองครอบครัว
ศจ.โยนา เสนอคณะธรรมกิจว่าควรเชิญ ผป.ชัชวาล กรรโมทาร มาเป็นที่ปรึกษาของคริสตจักร เพราะท่านได้รับใช้ที่คริสตจักรสะพานเหลืองจนเกษียณอายุ บัดนี้ท่านมีเวลาว่างที่จะให้คำแนะนำคำปรึกษาแก่เราได้ คณะธรรมกิจเห็นชอบจึงได้ทำจดหมายเรียนเชิญท่านเป็นที่ปรึกษา
ในปีเดียวกันนั้นเอง ครูรัชนี สีพงษ์ ทำงานครบ 1 วาระ และไม่รับเชิญต่อคณะธรรมกิจจึงต้องยอมให้ท่านลาออก
กล่าวถึงขั้นตอนเชิญศิษยาภิบาล คณะธรรมกิจได้ทำตามขั้นตอนคือปรึกษา อจ.อัจฉรา ท่านจึง ได้ยื่นจดหมายลาออกจากการเป็นศิษยาภิบาล เพราะปรารถนาจะอยู่เรียนที่สหรัฐอเมริกาอีกวาระหนึ่ง คณะธรรมกิจอนุญาตให้ตามที่ขอ หลังจากนั้นจึงขอความเห็นชอบของสมาชิกในคริสตจักรทั้งหมด ซึ่งวาระการเชิญ วาระละ 5 ปี และขั้นตอนเหล่านี้ได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยภายใต้การทรงนำของพระเจ้า ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1984 ได้มีหนังสือเชิญ ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักร ในเดือน มกราคม ค.ศ. 1985 ท่านได้เข้ามาร่วมรับใช้ และเป็นศิษยาภิบาลคนที่สองของคริสตจักรนอกจากนั้นยังได้เชิญ ครูวิชัย หลี นักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจาก B.I.T. มาเป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาล
ค.ศ. 1985 ทั้ง ศจ.โยนา และศจ.สุพิชญ์ ได้เข้ามาร่วมรับใช้ ท่านได้เลี้ยงดูสมาชิกด้านจิตวิญญาณ และเสริมสร้างบุคลากร ส่วนเรื่องซ่อมแซมอาคารคริสตจักร ท่านได้ขอให้พี่น้องสมาชิกร่วมกันทำความสะอาด เก็บสิ่งของต่างๆ ให้เข้าที่ ทาสี และทำให้มีห้องว่างมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายพันธกิจ
ในเวลานั้นมีบริษัทสหพัฒนากรุงเทพ ได้รับสัมปทานมาพัฒนาที่ดินของคลองเตยพระรามสี่ทั้งชุมชน เทพประทาน คริสตจักร และโรงเรียนในท้องถิ่นถูกฟ้องขับไล่ที่ บริษัทฯ รับปากสร้างอาคารแฟลต 4 หลังให้ ชุมชน และคาดว่า ค.ศ. 1990 จะทำสำเร็จทั้งหมด คณะธรรมกิจทราบข่าว และคาดคะเนว่าคงอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี คริสตจักรจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วน
ค.ศ. 1985 ครูสุวิมล ขอลาออก เพื่อไปศึกษาต่อเต็มเวลา คณะธรรมกิจจำเป็นต้องอนุญาตให้ลาออก และได้เชิญครูวีนัส เข้ามาแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ครูวิชัย หลี มีความจำเป็นในเรื่องส่วนตัว ขอลาออกเช่นกัน จึงได้เชิญครูถนอม ชัยวงศ์ เข้ามาแทนที่ ค.ศ. 1987
ภายใต้พระคุณของพระเจ้า คณะธรรมกิจร่วมกับสมาชิกคริสตจักร พร้อมใจกันร่วมมือร่วมใจกับคณะ ผู้รับใช้พระเจ้า โดยการนำของศาสนาจารย์ทั้งสองท่าน ทุ่มเทเสริมสร้างพันธกิจภายในคริสตจักร พันธกิจของ ภาค 7 และสภาคริสตจักรฯ ในปี ค.ศ. 1988 ศิษยาภิบาลได้รับเชิญเป็นผู้แทนให้ไปประชุมที่ไทเปเรื่องการ ประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณ
ค.ศ. 1987 ผู้อำนวยการองค์การคอมแพสชั่นได้มาเยี่ยมเยียนคริสตจักรและทาบทามที่จะร่วมมือกับ คริสตจักรในการให้ทุนการศึกษาเด็กๆ ในชุมชน และประกาศกับเด็กเหล่านี้ศิษยาภิบาลได้ศึกษาหาข้อมูลและมั่นใจในความเชื่อที่ถูกต้อง จึงได้นำเสนอคณะธรรมกิจ เมื่อคณะธรรมกิจพิจารณาในรายละเอียดแล้ว จึงมีมติให้ดำเนินการได้ กองทุนคอมแพสชั่นได้ช่วยเหลือแม่ม่าย ลูกกำพร้าในคริสตจักร และขยายสู่เด็กๆ ที่ยากไร้ทั้งหลายในชุมชนเทพประทาน ทั้งการประกาศและการสงเคราะห์ได้ทำไปพร้อมๆ กัน พันธกิจได้รับการอวยพร จากพระเจ้าเป็นอย่างมากจนถึงทุกวันนี้
ค.ศ. 1988 มีนักศึกษา B.I.T. จบพร้อมกัน ได้รับเชิญให้มาร่วมรับใช้ในคริสตจักรคือ ครูสุวิมล เตชะเดช ครูอนุรักษ์ และครูมณฑา ( ต่อมาได้แต่งงานกับ ศจ.พงษ์ศักดิ์ ลิ่มทองวิรัตน์ ) ครูมณฑาได้รับใช้ในระยะ สั้นเพราะเตรียมตัวเดินทางพร้อมกับสามี ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา
ในระหว่างที่ ศจ.โยนา รับใช้อยู่ที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน ท่านได้สอบเป็นศาสนาจารย์ในนามของภาค 6 ในระหว่างนั้นยังไม่ได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ เมื่อต่อมาได้มาร่วมรับใช้ในภาค 7 จึงย้ายชื่อมาอยู่ใน ภาค 7 คณะธรรมกิจจึงเสนอภาค 7 ให้ทำพิธีสถาปนาการเป็นศาสนาจารย์ วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.1998 ได้ทำ พิธีสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ โดยมีคณะกรรมการจากภาค 7 มาประกอบพิธีและพี่น้องจากคริสตจักร ต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดี เป็นที่ชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง
ค.ศ. 1989 ครูอนุรักษ์ มีปัญหาในเรื่องสุขภาพ คณะธรรมกิจจึงอนุญาตให้ลากลับไปพักรักษาตัว และได้เชิญครูถนอม ชัยวงศ์ เข้ามาทำหน้าที่แทน เวลาผ่านไปรวดเร็ว ศิษยาภิบาลได้ทำหมาดครบวาระ ของการรับใช้ คณะธรรมกิจปรึกษาหารือแล้ว มีมติให้เชิญศิษยาภิบาลต่ออีก 1 วาระ เป็นเวลาอีก 5 ปี ( ค.ศ.1990-1994)
ค.ศ. 1989 ครูสุวิมล ได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับครูสุชาติ ใบบริบาลกุล และทั้งคู่จะรับใช้ที่วิทยาลัย พระคริสตธรรมกรุงเทพ (BBCS) คณะธรรมกิจและพี่น้องในคริสตจักรต่างก็แสดงความชื่นชมยินดี
เดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันศจ.พงษ์ศักดิ์ ลิ่มทองวิรัตน์และภรรยาได้เดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐ อเมริกา คริสตจักรจึงได้จัดพิธีเลี้ยงส่ง และเลี้ยงต้อนรับครูถนอม และศจ.โยนา ที่เข้ามาร่วมรับใช้เต็มเวลา ในโอกาสเดียวกัน ต่อมาพันธกิจคริสตจักรเติบโต สามารถขยายทุนการศึกษาสถานเลี้ยงเด็กถึง 10 ทุน โดยผป.ชัชวาล กรรโมทารได้ให้การสนับสนุนในด้านการเงินเป็นอย่างมาก
เมื่อ อจ.อัจฉรา กลับบ้านมาเยี่ยมบิดา คณะธรรมกิจได้ปรึกษาหารือขอย้ายความเป็นเจ้าของบ้าน พระราม 4 ให้ศจ.สุพิชญ์ รับผิดชอบ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องข้อพิพาทที่ดินพระราม 4 และเพื่อให้สะดวกในการดำเนินการ ท่านเห็นชอบและดำเนินการตามคำขอ ในเวลานั้น คริสตจักรได้เรียนเชิญ อจ.สุชาติ ใบบริบาลกุล มาช่วยสอนอนุชน ยุวชน พร้อมให้คำปรึกษา
ในปีเดียวกัน ทราบข่าวว่าคุณจุนเกียรติ อนุชนในคริสตจักรถวายตัวเรียนวิทยาลัยศาสนศาสตร์ สิงคโปร์ เริ่มแรกได้ขอให้คริสตจักรเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ต่อมามีพี่น้องสตรีท่านหนึ่งรับปากจะช่วย คริสตจักรจึงได้รับการแบ่งเบาภาระไป ค.ศ. 1991 ทางวิทยาลัยมีจดหมายมาถึงคณะธรรมกิจรายงานเรื่อง การสอบ และขอให้คริสตจักรสนับสนุนอีก 1 ปีการศึกษา เพราะมีบางวิชายังไม่จบ คริสตจักรจึงมีมติให้การ สนับสนุน และให้น้องชายคือคุณเกรียงไกรเป็นผู้จัดการเรื่องโอนเงินไปให้พร้อมรายงานคณะธรรมกิจทุกเดือน
ค.ศ. 1990 ครูถนอม รับใช้ครบวาระ มีความตั้งใจที่จะไปเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรราชบุรี คณะธรรมกิจจึงอนุมัติให้ลาออก ตามการทรงนำของพระเจ้า
ค.ศ. 1991 อจ.เกศรินทร์ งามขำ ได้ลาออกจากคจ.ราชบุร ีและให้คริสตจักรคลองเตยเชิญมาร่วมรับใช้ อจ.เกศรินทร์มีความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อสอบศาสนาจารย์ในนามภาค 8 แล้วยังไม่ได้ รับการสถาปนา ศจ.สุพิชญ์ (ศิษยาภิบาล) เห็นว่าควรเข้ามาร่วมรับใช้ด้วยกัน 1 ปี และโอนชี่อมาอยู่ในภาค 7 เพื่อรับการสถาปนา ดังนั้นจึงได้โอนชื่อจากภาค 8 มาสู่ภาค 7 และภายใต้การดูแลของศิษยาภิบาลเรียนรู้เรื่อง ประกอบศาสนพิธีต่างๆ หลังจากนั้น 1 ปี จึงได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ ในระหว่างนั้นอจ. เกศรินทร์ ทั้งทำงานรับใช้ในคริสตจักร และเตรียมตัวเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศเกาหลีครึ่งปีให้หลังจึงได้รับการตอบรับ จากวิทยาลัย ACT คณะธรรมกิจได้ออกจดหมายรับรองการเป็นผู้รับใช้พระเจ้า และได้ดำเนินการสถาปนา อจ.เกศรินทร์ งามขำเป็นศาสนาจารย์ ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ.1992 และวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ .1992 คณะธรรมกิจได้จัดเลี้ยงส่งก่อนที่ท่านจะเดินทางไปศึกษาต่อที่เกาหลี
ในปี ค.ศ. 1991 นั้น อจ . สันติ พัฒนจิตชนและภรรยามีความปรารถนาที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่เนื่องจากบ้านอยู่ที่หัวกุญแจ ไม่สะดวกในการดำเนินเรื่อง ศิษยาภิบาลรับทราบข่าวจึงได้ขออนุญาตจากคณะธรรมกิจและต้อนรับท่านทั้งสองมาอยู่ที่คริสตจักรคลองเตยจนกว่าท่านจะดำเนินเรื่องเรียบร้อยพร้อมที่จะเดินทาง อีก 3-4 เดือนให้หลังพระเจ้าเปิดทางให้ท่านทั้งสองเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา
ขอบคุณพระเจ้าที่คริสตจักรคลองเตยไม่แต่เพียงเสริมสร้างภายในคริสตจักรให้เข้มแข็งแต่ยังมีโอกาส ขยายพันธกิจประกาศพระกิตติคุณนำคนมารับเชื่อ ในเวลาเดียวกันก็มีโอกาสช่วยเหลือผู้รับใช้พระเจ้าโดย อาศัยอาคารคริสตจักรที่มีห้องว่างพอที่จะรับรองความเป็นอยู่ และให้ความรัก ความช่วยเหลือในยามลำบาก ความห่วงใยของคณะธรรมกิจ ความรักจากศิษยาภิบาลบวกกับน้ำใจอันดีงามของพี่น้องสมาชิกช่วยให้ผู้รับใช้ หลายท่านมีโอกาสเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศจนประสบความสำเร็จและให้พระเจ้าใช้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์
ค.ศ. 1992 ได้เชิญ ครูวรรณา กุสาวดี มาเป็นผู้รับใช้ช่วยสอนรวีฯ และอนุชนยุวชน ในเวลาเดียวกันได้ ส่ง นักศึกษา B.I.T. ครูอาชู ไปช่วยที่คริสตจักรโนนดินแดง ครูอาชูเป็นคนถ่อมใจ อีกทั้งมีความรู้ในเรื่องการแพทย์อยู่บ้าง เพราะเคยติดตามหมอมิชชันนารีมาก่อน จึงทำงานกับชาวบ้านอย่างเกิดผลมากทีเดียว ต่อมาเจ้าหน้าที่ของ Food for the Hungry ได้ย้ายไปจังหวัดศรีษะเกษหมดแล้ว จึงปิดทำการชั่วคราว
ในเวลาเดียวกันคจ.คลองเตยพระราม 4 ถูกไล่ที่จนเดือดเนื้อร้อนใจมาก ที่ปรึกษากฎหมาย ผป.วิศาล ภัทรธรรมมาศ ได้ส่งทนายความของท่านชื่อทนายความวันจันทร์ มาช่วยว่าความ ในขณะที่ศิษยาภิบาลในฐานะเจ้าบ้านต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะเรื่องฟ้องร้องไล่ที่ เรื่องนี้ดำเนินการนานถึง 2 ปีสุดท้ายทางคริสตจักร ชนะคดี เพราะมีใบสัญญาของอดีตนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ ว่าจะยังไม่ไล่ผู้ที่อาศัยอยู่ริมถนนพระราม 4 จนกว่าจะจัดเรื่องที่อยู่ใหม่ให้กับชาวชุมชนเป็นที่เรียบร้อยก่อนดังนั้นเราจึงได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ จนถึงทุกวันนี้
อนุชนของเราคือ คุณวิชัย จันทร์หิรัญโชติ เรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีใจอาสาสมัครช่วยรับใช้ พันธกิจพระเจ้าที่องค์การ YFC แต่องค์การไม่อาจให้ค่าครองชีพเป็นเงินเดือนดังนั้นทางคริสตจักรจึงช่วยคุณ วิชัย เดือนละ 2,000 บาท อยู่ระยะหนึ่ง
ต่อมาคุณวิชัยได้ถวายตัวเรียนที่ B.I.T. เตรียมตัวเป็นผู้รับใช้ในอนาคต ซึ่งนำความปิติยินดีมาสู่คริสตจักรเป็นอย่างยิ่ง
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1993 ตามคำเรียกร้องของชุมชนเทวสุนทรที่บางเขน คริสตจักรได้ซื้อบ้านเกือบ ผุพังไว้หลังหนึ่ง โดยผป.ชัชวาล ช่วยออกค่าซื้อบ้าน เราจึงได้ไปซ่อมแซมและตกแต่งบ้านพร้อมซื้ออุปกรณ์ ของใช้ในบ้านเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอจ.อิสริยา สังสิมมา รับใช้พระเจ้าที่จุดประกาศแห่งนี้ ต่อมาในเดือนพฤษภาคมได้เชิญครูศิริพร แซ่หยาง และครูอุบล อัคนีกูล เข้ามาร่วมรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรโนนดินแดง
ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1993 ศจ.สุพิชญ์ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรค่ายคริสตจักรที่สหรัฐอเมริกา จึงได้เดินทางไปพร้อมกับศจ.โยนา และถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมเยียนคริสตจักรและขอการถวายทรัพย์เพื่อการ สร้างอาคารคริสตจักรหลังใหม่จากต่างประเทศ อาจารย์ทั้งสองท่านได้รับการอวยพรจากพระเจ้าอย่างมาก และดำเนินเรื่องด้วยความเรียบร้อยกลับมา และยังได้ซื้อชุดประกอบพิธีศีลมหาสนิททำด้วยทองเหลืองมาเพื่อใช้สำหรับอาคารใหม่ของคริสตจักร
ในระหว่างที่ศิษยาภิบาลเดินทางไปสหรัฐอเมริกานั้น ผป.วรพนธ์ วรพันธนายุตได้ล้มป่วย ต่อมาพระเจ้ารับท่านกลับไป นำความโศกเศร้าเสียใจมาสู่พี่น้องเพราะท่านเป็นที่เคารพนับถืออย่างมากในคริสตจักร
ในเวลาเดียวกันคุณจุนเกียรติ เรียนจบพระคริสตธรรมและได้แต่งงานกับนักเปียโนซึ่งเป็นครูสอนดนตรีคริสตจักร ก็เป็นความหวังอย่างยิ่งว่าอนาคตข้างหน้าการรับใช้ของท่านคงจะมีประสิทธิภาพมาก
ค.ศ. 1993 ปีนี้ได้เชิญ อ.อนันต์ วิชัยศรและครอบครัวไปรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรโนนดินแดง คุณแม่ของอาจารย์ก็ไปอยู่ด้วย ท่านทำโครงการพืชไร่ เชิญชวนสมาชิกมาร่วมทำงาน คุณแม่ปลูกต้นไม้,ดอกไม้ รอบอาคารโบสถ์ ทำสถานที่สะอาดสวยงาม นำความชื่นชมยินดีมาสู่พี่น้องคริสตจักรโนนดินแดง ต่อมาไม่นานคณะธรรมกิจได้อนุมัติซื้อที่ดิน 1 ไร่ ให้กับคริสตจักรโนนดินแดง เพื่อปลูกพืชผักและขุดบ่อน้ำให้ 1 บ่อ
คริสตจักรได้เชิญผู้รับใช้พระเจ้าเข้ามาร่วมงานโดยมีครูปินยา สากล เข้ามาทำงานกับเด็กทุน คอมแพสชั่น ในปี ค.ศ. 1994 ศิษยาภิบาลได้ขออนุมัติคณะกรรมการภาค 7 แต่งตั้งท่านเหล่านี้เป็นครูศาสนาคือ อ.วรรณา กุสาวดี อ.อิสริยา สังสิมมา และอ.อนันต์ วิชัยศร เวลาผ่านไปรวดเร็วกำลังใกล้หมดวาระของศิษยาภิบาล คณะธรรมกิจได้ประชุมและมีมติให้ต่ออายุงานศิษยาภิบาลอีก 1 วาระ นับเป็นวาระที่ 3 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995-1999 ศิษยาภิบาลรับปากที่จะอยู่ร่วมงานต่อไป
ค.ศ. 1994 ศจ.เกศรินทร์ กลับประเทศไทยเพื่อมาเยี่ยมบ้านรายงานว่าคริสตจักรเกาหลีที่มีใจ จะรวบรวมเงินช่วยก่อสร้างอาคารคริสตจักรคลองเตย พอดีเจอไฟไหม้อาคารโบสถ์ของเขาดังนั้นเขาจึงยกเลิกคำมั่นสัญญา ทางคริสตจักรเราก็เห็นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ขอพระเจ้าปลอบใจและทรงเมตตาช่วยเขาด้วย
ค.ศ. 1994 ได้เชิญครูจำรูญศรี นารัตน์ มาแทนตำแหน่งครูวรรณา กุสาวดี ในเวลานั้นคริสตจักร กำลังรณรงค์เก็บเงินเพื่อสร้างอาคารใหม่ของคริสตจักร ถึงกระนั้นพันธกิจคริสตจักรก็มิได้ติดขัดภายใต้การ รับใช้ของศิษยาภิบาล มีพี่น้องต่างคริสตจักรและในคริสตจักรที่รักพระเจ้า นอกจากถวายสร้างอาคารแล้ว ยังร่วมใจสนับสนุนการประกาศเผยแพร่ของคริสตจักรคลองเตย เช่น ผป.ชัชวาล กรรโมทารและครอบครัว ผป.ชาญ โชตินันทเศรษฐ์ จากคริสตจักรสะพานเหลือง อ.อั่งขี่มุ่ย และคนอื่นๆ คริสตจักรไมตรีจิตมี มค.ตั้งไหล่หลีและลูกๆ ของท่าน คุณปอใช้ แซ่เล้าและลูกสาวของท่าน เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับ เงินเดือนผู้รับใช้พระเจ้า งานประกาศกับชุมชนเทพประทาน ช่วยเหลือแม่ม่าและลูกกำพร้า จนกระทั่ง สร้างอาคารโบสถ์เสร็จเรียบร้อย ไม่ติดหนี้สินและยังมีเงินเหลือ ศิษยาภิบาลจึงโอนงานส่วนนี้คืนคณะธรรมกิจ เพราะต่อไปนี้ไม่ได้สร้างอาคารโบสถ์ แต่เป็นเวลาสร้างคน และทำการประกาศคริสตจักรจึงรับขึ้นมาอย่างเต็ม ภาคภูมิและร่วมใจรับใช้ เดินหน้าต่อไป
คณะธรรมกิจมีมติแต่งตั้ง มค.เตียเอกซัว ให้เป็นผู้ปกครองกิตติมศักดิ์เพราะตลอดชีวิตของท่านได้ ทุ่มเทรับใช้และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลัง
คณะสตรี ภาค 17 ได้เชิญศิษยาภิบาลไปเป็นวิทยากรค่ายสตรี ท่านจึงนำทีมไปโดยมีศจ.โยนาและครู ปินยา ร่วมเดินทางไปด้วย เป็นที่ชื่นชอบสำหรับพี่น้องที่ตรัง และขอบพระคุณพระเจ้า งานดำเนินไปด้วยดี
คริสตจักรโนนดินแดง อจ.อนันต์ นำ 13 คน มารับเชื่อท่านขอให้โบสถ์แม่ส่งพระคัมภีร์ไปให้ผู้รับเชื่อใหม่ ท่านทำโครงการพืชไร่ มีที่ดิน 3 แปลง สองแปลงแรกแปลงละ 14 ไร่ และอีกแปลงหนึ่ง 15 ไร่ พี่น้อง เอามาจำนองให้คริสตจักร
คณะธรรมกิจจึงแต่งตั้งอนุกรรมการไปตรวจสอบดูเพื่อให้ความช่วยเหลือ รายนามกรรมการมีดังนี้ ศจ.โยนา ผป.ชัยชาญ ผป.เอนก ผป.สุรพล ผป.เยาวลักษณ์ มค.อนุตราและศจ.สุพิชญ์ เมื่อไปแล้วจึงทราบว่ามีกฎตั้งไว้ดังนี้
1) ใช้กองทุนคริสตจักสำรองจ่าย แล้วสมาชิกถวายสิบลดเข้าคริสตจักร
2) เป็นที่ดินของคนท้องถิ่นจำนองให้คริสตจักร
3) เอาเงินสำรองของคริสตจักรโนนดินแดงทดลองจ่าย แล้วผู้รับใช้ดำเนินงานต่อไป ต่อมาประมาณเดือนสิงหาคม รับทราบว่า ภาคอีสานมีภัยแล้ง ขาดฝนเป็นเวลานาน การเพาะปลูกไม่เกิดผล จึงไม่สามารถเก็บเกี่ยวและไม่บรรลุผลตามที่คาดคะเนไว้ ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน อจ.อนัน์ต ตัดสินใจ ลาออกก่อนหมดวาระ ไม่ยอมให้ยับยั้ง คริสตจักรจึงต้องอนุญาตให้ลาออก และเชิญครูอาชูไปรับหน้าที่แทน เวลานั้น ครูอาชู มีญาติ 2 คนมาจากพม่า เพื่อรอวีซ่าไปนิวซีแลนด์ ญาติ 2 ท่านนี้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เขาจึงไปพร้อมครูอาชู ร่วมรับใช้พระเจ้าที่นั่น คณะธรรมกิจช่วยค่าครองชีพคนละ 3,000 บาทต่อเดือน
ค.ศ. 1995 คศ.วรรณา ขอลาไปเข้าพิธีมงคลสมรส คณะธรรมกิจแสดงความยินดี โดยให้เงินเดือน 1 เดือน และเชิญครูจำรูญศรี นารัตน์ เข้ารับตำแหน่งแทน
คณะธรรมกิจสนับสนุนนักศึกษา B.I.T. โดยให้ทุนการศึกษาครูปินยา สากล นักศึกาปริญญาโท คุณวิชัย จันทร์หิรัญโชติ และศจ.เกศรินทร์ งามขำ เรียนปริญญาโทที่ประเทศเกาหลี เรียน 2 ปริญญาโท เนื่องจากคริสตจักรท้องถิ่นสนับสนุนช่วยทุนการศึกษา ส่วนคริสตจักรรักษาเงินสะสม 10% และเงินค่าเกษียณ อายุให้ศจ.เกศรินทร์ ในระหว่างเรียนอยู่
คณะธรรมกิจตระหนักถึงการมีธรรมนูญของคริสตจักรเป็นเรื่องสำคัญจึงคัดเลือกกรรมการกลุ่มเล็ก ให้ศึกษาข้อมูลและเตรียมเรื่องการร่างธรรมนูญ
คณะธรรมกิจและคณะสตรี ได้รวมตัวกันก่อตั้งคณะนักร้องสรรเสริญ ซ้อมเพลงทุกวันอาทิตย์และถวายเสียงเดือนละครั้งในสัปดาห์ที่ 4
ในต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 1995 ได้ทดลองย้ายการนมัสการมาที่อาคารใหม่ สุขุมวิท 93 สมาชิกรู้สึกม่คุ้นเคย เพราะต้องเข้าตรอกเข้าซอย ไม่ใช่อยู่ริมถนนใหญ่ เดินทางไม่สะดวก แต่ต่อมาทุกคนก็ปรับตัวได้ คริสตจักรของเรามักจะมีแขกบ้านแขกเมืองมาเยี่ยม ศจ Jeff Brandford ได้แนะนำหนุ่มอังกฤษ 1 ท่านชื่อ แอนดรู อาสามาช่วยสอนภาษาระยะสั้น 1 เดือน พักอยู่ที่คริสตจักร ศิษยาภิบาลได้จัดตารางทำงานให้ท่านมี โอกาสไปช่วยที่พระราม 4 และได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมคริสตจักรโนนดินแดงด้วย
ค.ศ. 1996 ผป.วิศาล ภัทรธรรมมาศ (ที่ปรึกษากฎหมายของคริสตจักร) ท่านได้จัดนมัสการขอบพระคุณพระเจ้าเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด 60 ปี และในโอกาสที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยแต่งตั้ง ให้เป็นวุฒิสมาชิก คริสตจักนส่งผู้แทนไปร่วมแสดงความยินดี โดยมี ผป.สุรพล ศจ.โยนาและศจ.สุพิชญ์ นำกระเช้าดอกไม้ไปอวยพรท่าน
เดือนกรกฎาคม คณะธรรมกิจพิจารณาว่าการรับใช้ของศจ.โยนาได้ทุ่มเทรับผิดชอบอย่างมาก ซึ่ง ตอนนี้อายุเลย 60 ปีไปแล้ว สมควรให้เกษียณอายุ โดยไม่ต้องพักจากการรับใช้คริสตจักรจะให้เงินบำนาญ (60% ของเงินเดือนๆ สุดท้าย) เดือนละ 8,000 บาทตลอดชีวิต ท่านยังให้ศิษยาภิบาลมอบหมายในเรื่องการ เทศนา ประกอบศาสนพิธี เยี่ยมเยียนและอื่นๆ ตามความถนัดของท่าน แต่ท่านไม่ต้องบริหารงานของคริสตจักร และกำหนดให้เดือนธันวาคม วันจัดงานเลี้ยงคริสมาสเป็นวันมอบโล่เกียรติคุณขอบคุณท่านที่อุตส่าห์ทุ่มเท รับใช้จตถึงปัจจุบัน
ค.ศ. 1996 กลุ่มคริสเตียนหนองบัวลำภู ได้ก่อร่างสร้างตัวเป็นคริสตจักร มีสมาชิกประมาณ 20 คน จึงได้ขอให้คริสตจักรคลองเตย ช่วยดำเนินการขอไปทางภาค 7 เพื่อก่อตั้งเป็นคริสตจักรคณะธรรมกิจได้ปรึกษาหารือและส่งผู้แทนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จึงทำหนังสือรายงานเข้าภาค 7 คณะธรรมกิจภาค 7 ได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบประกอบด้วย ศจ.ฮอง ชิก ชิน ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุลและผป.ชัยชาญ อัจฉรารัตนโสภณ หลังจากการตรวจสอบแล้ว คริสตจักรภาคที่ 7 จึงได้มีมติอนุมัติให้สถาปนากลุ่มคริสเตียน หนองบัวลำภูเป็นคริสตจักร สังกัดคริสตจักรภาค 7 และให้คริสตจักรคลองเตยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลเอาใจใส่
ค.ศ. 1996 ครูปินยา สากลได้อยู่รับผิดชอบจุดประกาศพระราม 4 และครูวิชัย จันทร์หิรัญโชติจบ จาก B.I.T. และได้รับเชิญให้มาเป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลที่สุขุมวิท 93 และได้เชิญคุณอาแล ญาติของครูอาชู เป็นผู้รักษาความปลอดภัยของคริสตจักร ในเวลาเดียวกันผป.เจตน์ ได้ถวายรถยนต์ใช้แล้วไว้ใช้เป็นพาหนะที่คริสตจักรโนนดินแดง และมีครอบครัว ผป.เอนก จัดหาทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ยากไร้ โดยขอให้คณะสตรี เป็นผู้รับผิดชอบหาทุน
เดือนตุลาคม ปีเดียวกัน คริสตจักรในภาค 6 ภาค 7 และภาค 12 ได้ร่วมกันจัดงานประกาศ ในหัวข้อ "ไลฟ์ 97" คณะธรรมกิจอนุมัติให้เงินสนับสนุนการประกาศเป็นเงิน 60,000 บาทและเหมารถรับชาวบ้านไปฟัง การเทศนา มีอนุชนรับเชื่อ 5 คน ในปีนี้เอง ศิษยาภิบาลมีปัญหาทางด้านสุขภาพ จึงมีหนังสือขอลาออกโดยให้ เหตุผลว่า ตั้งใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับหน้าที่แทน ต้องการเรียน NRP ของ B.I.T. ที่ได้ลงทะเบียนไว้ให้จบ ต้องการไปรักษาสุขภาพ และต้องการย้ายชื่อจากการเป็นเจ้าบ้านที่ดินพระราม 4 คณะธรรมกิจพิจารณาแล้ว ไม่อนุมัติให้ลาออกจากตำแหน่ง แต่ให้ไปรักษาสุขภาพและการเรียนขึ้นอยู่กับท่านที่จะจัดการ ส่วนการย้ายชื่อออกจากการเป็นเจ้าบ้านอนุมัติให้ตามที่ขอมา ศิษยาภิบาลรับปากไม่ลาออกและได้ขอไปรับการรักษาสุขภาพ
ค.ศ. 1998 ได้แต่งตั้งผู้รับใช้ 3 ท่านให้เป็นครูศาสนาคือ ครูวิชัย ครูกิตติยาและครูกิตติพร ในเวลาเดียวกันมีการสถาปนาผู้ปกครองและมัคนายกด้วย ในระหว่างนั้นมีมิชชั่นทีม 10 ท่านจากเกาหลีมาเยี่ยมคริสตจักรระยะสั้น ซึ่งพักอยู่ที่คริสตจักร คณะธรรมกิจมอบหมายให้ศจ.เกศรินทร์ เป็นผู้ต้อนรับและดูแลท่านเหล่านั้น
ผป.เอนก เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ จึงขอลาออกจากคณะธรรมกิจเพื่อที่จะมีเวลาทำการรักษา และพักผ่อน คณะธรรมกิจเห็นชอบ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ท่านเป็นที่ปรึกษาและรับทราบรายงานการประชุมทุกครั้งเพื่อสามารถให้คำปรึกษาได้
เป็นที่น่าชื่นชมยินดี การทุ่มเททำงานกับชุมชนเทพประทานก็ได้เวลาเก็บเกี่ยวผล คุณสุรชัย เจียรมงคลมุณี เป็นเด็กที่เติบโตในชุมชน 15 ปีที่แล้วได้เข้ามาเป็นเด็กกองทุนคอมแพสชั่นได้ตัดสินใจรับเชื่อพระเยซูเจ้า เวลานั้นได้รับการต่อต้านจากครอบครัวอย่างรุนแรง ศิษยาภิบาล ศจ.สุพิชญ์ ได้เอาใจใส่ดูแลและ ช่วยแก้ไขปัญหา พี่น้องในคริสตจักรให้กำลังใจและเกื้อหนุนอยู่เสมอ เมื่อศิษยาภิบาลถูกฟ้องเรื่องไล่ที่ดิน พระราม 4 ต้องขึ้นศาลกับทนายความวันจันทร์ เวลานั้นคุณสุรชัยตั้งใจว่าจบ ม .6 แล้วจะเรียนต่อนิติศาสตร์ ขอบพระคุณพระเจ้าคุณสุรชัยได้เรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและกำลังสอบเนติฯ เพื่อเป็นทนายความ ด้วยเหตุนี้คณะธรรมกิจมีมติให้เชิญคุณสุรชัยเข้ามาร่วมประชุมคณะธรรมกิจทุกครั้งเพื่อเป็นที่ปรึกษากฎหมาย และต่อมาคุณสุรชัยจึงถูกเลือกเป็นมัคนายกของคริสตจักรในปี ค.ศ. 2001 เป็นที่ชื่นชมยินดีของพี่น้องและเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า (นี่คือหนึ่งในผลงานการประกาศกับเด็กๆ ในชุมชนเทพประทาน)
ค.ศ. 1999 คณะธรรมกิจมีมติต่ออายุงาน ศจ.เกศรินทร์ งามขำ จากปี ค.ศ. 1999 จนถึงปี ค.ศ. 2004 อีก 1 วาระ รวมอายุงานอีก 5 ปี อจ. สุรศักดิ์ กิติเรืองแสงและภรรยาได้มีส่วนช่วยพันธกิจของคริสตจักรเป็นอย่างมาก เมื่ออาจารย์ แสดงเจตจำนงค์จะขอสอบเป็นศาสนาจารย์ คณะธรรมกิจจึงมีมติเห็นชอบและนำเสนอต่อภาค 7 อจ . สุรศักดิ์ จึงได้รับอนุมัติสามารถสอบเป็นศาสนาจารย์
เดือนกรกฎาคม ค.ศ.1998 คริสตจักรได้ส่งสมาชิกที่สนใจเป็นนักร้องไปร่วมเป็นนักร้องในการแข่งกีฬา เอเชียนเกมส์ที่จะจัดในกรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคมเพื่อร่วมร้องเพลงในพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน
เดือนสิงหาคม ค.ศ.1998 ได้เข้าร่วมประชุมเตรียมงานประกาศแก่ชาวกรุงเทพฯ ในหัวข้อว่า "ไลฟ์ 2000" ซึ่งจัดโดยภาค 6 ภาค 7 และภาค 12 และมีมติให้เชิญ ศจ.ปีเตอร์ เชา นักเทศน์จากสิงคโปร์เป็นวิทยากร
เดือนธันวาคม ศจ.โยนาและศจ.สุพิชญ์ ได้รับเชิญจากคริสตจักรชาวไทยนิวยอร์คให้ไปเยี่ยมเยียน ท่านขอลาเดือนเดียว แต่เมื่อไปถึงแล้วพบว่ามีปัญหาจำเป็นต้องอยู่ถึง 3 เดือน จึงขอลาต่อ เวลานั้นกำลังใกล้หมดวาระการทำงานรอบที่ 3 ของศิษยาภิบาล และท่านอายุกำลังย่างเข้า 60 ปีคณะธรรมกิจมีมติให้เชิญ ร่วมรับใช้ต่อไป แต่ตามกฎของสภาคริสตจักรฯคือเชิญปีต่อปี เมื่อครบอายุ 60 ปีศิษยาภิบาลจึงได้มีจดหมาย ตอบขอบคุณ แต่ชี้แจงเหตุผลว่า คริสตจักรในต่างแดนขาดแคลนผู้รับใช้พระเจ้ามาก หากพระเจ้าอนุญาตให้ท่านมีวีซ่าเข้าเมืองได้ ก็จะขอช่วยคริสตจักรไทยในต่างแดนสักพักหนึ่ง หากไม่ได้ก็จะกลับมาร่วมรับใช้ อย่างเดิม ในเวลานั้นคณะธรรมกิจภาค 7 ได้ช่วยออกจดหมายรับรองศิษยาภิบาล ในเรื่องความเชื่อและคณะธรรมกิจได้ออกจดหมายยืนยันเรื่องงานรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรคลองเตยแก่สภารีฟรอมที่สหรัฐอเมริกา โดยการทรงนำของพระเจ้า ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1999 ศจ.สุพิชญ์ได้รับวีซ่าเข้าเมืองและมีสัญญาที่จะช่วยคริสตจักรชาวไทยนิวยอร์ค 3 ปี ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน จึงได้ไปรับใช้เป็นศบ . คริสตจักรชาวไทยนิวยอร์ค
ในปีเดียวกันคริสตจักรโนนดินแดงได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานศิษยาภิบาลสภาคริสตจักรในประเทศไทยให้เข้าโครงการคริสตจักรเลี้ยงตนเองได้ โดยทางสภาและทางภาค 7 จะช่วยเงินเดือนผู้รับใช้ส่วนละ 45% รวมเป็น 90% และอีก 10% คริสตจักรท้องที่รับผิดชอบเองเป็นเวลา 20 ปี และการช่วยเหลือจะค่อยๆ ลดลงจนถึงปีที่ 20 คริสตจักรก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด คือจากปี ค.ศ.1999-2019 เท่านั้น
คศ.วิชัย จันทร์หิรัญโชติ ครบวาระการเชิญ โดยไม่ยอมให้ต่อ เพราะได้รับเชิญให้เป็นศิษยาภิบาล ประจำคริสตจักรศรีพิมลธรรม ภาค 8 ไว้แล้ว คณะธรรมกิจจึงได้เชิญครูเสกสรรค์ ทะนันตาเข้ามาทำหน้าที่แทน วาระละ 2 ปี
เมื่อศจ.สุพิชญ์และศจ.โยนา เดินทางไปรับใช้ที่สหรัฐอเมริกา คริสตจักรได้สนับสนุนโดยมอบเงินไว้ 50,000 บาท เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายต่างๆ และคศ . อาชูก็ได้รับเชิญจากองค์การฮักกายให้ไปรับการอบรมการเป็นผู้นำและการเลี้ยงดูสมาชิกที่สหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง องค์การฮักกายรับผิดชอบทั้งหมด คณะ ธรรมกิจอนุมัติให้ไปได้
ค.ศ.1999 มีอนุชนอาชีพหลายท่านได้รับเลือกเข้ามาเป็นมัคนายกใหม่ ยังไม่ค่อยมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องระดับภาค และสภาคริสตจักรฯ คณะธรรมกิจจึงมีมติให้จัดค่ายอบรมคณะธรรมกิจชุดใหม่ และเชิญศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ซึ่งเป็นรองประธานภาคมาเป็นวิทยากรในหัวข้อ " วิสัยทัศน์และท่าทีการ รับใช้พระเจ้าในสหัสวรรษใหม่ "
เนื่องจากศจ. สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธินได้ลาไปรับใช้ที่ต่างประเทศ คณะธรรมกิจจึงมีมติให้ผู้ช่วยศิษยาภิบาลรักษาการแทน แล้วเรียกประชุมสัปปุรุษ เพื่อเลือกศิษยาภิบาลใหม่ ที่ประชุมลงมติ 2 ใน 3 ให้ ศจ.เกศรินทร์ งามขำ เป็นศิษยาภิบาลคนใหม่ จึงได้มีพิธีแต่งตั้งศิษยาภิบาล ในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1999 ในเวลาเดียวกันก็แต่งตั้งครูศาสนาเสกสรรค์ ทะนันตา และครูอุบล อัคนีกูล เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาล พี่น้องในคริสตจักรมีความชื่นชมยินดีและขอบพระคุณพระเจ้า ศจ.เกศรินทร์ งามขำ นับได้ว่าเป็นศิษยาภิบาลคนที่ 3 ของคริสตจักรคลองเตย ในปี ค.ศ. 2000 ศิษยาภิบาลได้รับเชิญให้เป็นผู้แทนของประเทศไทยไปร่วมการ ประชุมเพื่อเตรียมการประกาศแถบเอเชีย โดยทีมประกาศพระกิตติคุณของศจ.ดร. บิลลี่ เกรแฮม ที่เมือง อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม ค่าใช้จ่ายทั้งหมดองค์การการ ประกาศเป็นผู้รับผิดชอบ
ค.ศ.2000 ได้มอบหมายให้ครูอุบลไปช่วยพันธกิจที่พระราม 4 คศ.จำรูญศรีต่ออายุงานที่ชุมชนเทวสุนทร บางเขน และได้เชิญครูชลกานต์ เหรียญสุวรรณ เข้ามาประจำการที่ศาลาธรรมบางบัวทอง โดยมี คุณจิราวุฒิ เหรียญสุวรรณ (สาม ) มาช่วยรับใช้ในระหว่างที่เรียน B.I.T. เวลานั้นโดยการติดต่อของศจ.ลิต ฟูจิ อาจารย์ใน บี.ไอ.ที. แนะนำอาสาสมัคร 5 ท่าน เข้ามามิชชั่นทีมระยะสั้น คริสตจักรได้รับรองคนเหล่านั้นไว้ ได้จัดให้ช่วยงานที่สุขุมวิท 93 และที่พระราม 4
เดือนกรกฎาคม ค.ศ.2000 ทาง B.I.T. จัดพิธีมอบวุฒิบัตรแก่นักศึกษาที่เรียนจบในครั้งนี้ ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน และศจ.โยนา ได้บินกลับมาเพื่อร่วมในพิธี ศจ.สุพิชญ์ ได้เรียนจบปริญญาตรีตามที่ตั้งใจไว้ และครูศาสนาปินยา สากล ได้จบศาสนศาสตร์ปริญญาโท คริสตจักรจึงมีความปิติยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีรับวุฒิบัตรครั้งนี้
จากปี ค.ศ.1999-2001 พันธกิจคริสตจักรได้เติบโตไปเรื่อยๆ ศาลาธรรมบางยัวทองจากการนมัสการ ที่บ้านได้ย้ายออกไปสู่บ้านที่สมาชิกพร้อมใจกันเช่าเพื่อเป็นที่นมัสการและวันธรรมดาใช้เป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก เพื่อบริการชุมชนและทำการประกาศกับชุมชน ปัจจุบันมีพี่น้องมาร่วมนมัสการมากกว่า 20 คน
ในหว่างปี ค.ศ.2001 ได้ยุติการทำพันธกิจที่บางเขนชุมชนเทวสุนทร เพราะเห็นว่าการทำงานเติบโตยาก จึงได้มุ่งเป้าไปทางภาคอีสาน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย วันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2002 ได้มีพิธีนมัสการขอบพระคุณพระเจ้าเปิดสถานที่หมัสการแห่งใหม่นี้อย่างเป็นทางการ มีคศ.จำรูญศรี นารัตน์และคศ.อิสริยา สังสิมมา ประจำการอยู่ที่นั่น
เวลาผ่านไปรวดเร็ว 3 ปีแห่งการรับใช้ในต่างแดนก็ครบวาระแล้ว คริสตจักรชาวไทยนิวยอร์คขอต่ออายุงาน ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน 2 ปี แต่ท่านไม่ได้รับปาก ท่านปรารถนาจะกลับมาเกษียณอายุที่เมืองไทย เมื่อคริสตจักรรับทราบคณะธรรมกิจจึงประชุมกันและมีมติให้เรียนเชิญศาสนาจารย์ทั้งสองท่านกลับมาร่วม รับใช้ เพราะทางคริสตจักรมีความต้องการผู้รับใช้พระเจ้าอาวุโสเพื่อช่วยเลี้ยงดูจิตวิญญาณของสมาชิก และช่วยเทศนาเป็นภาษาจีน แปลเทศนาเป็นภาษาจีนและช่วยดูแลในงานต่างๆ ที่ศิษยาภิบาลมอบหมายให้ อาจารย์ทั้งสองท่านรับปากที่จะกลับมาร่วมรับใช้ ซึ่งนำความปิติยินดีมาสู่พี่น้องสมาชิกเป็นอย่างมาก นี่เป็นพระคุณของพระเจ้าที่พระองค์รักคริสตจักรของเรามาตลอด
ค.ศ.2002 คริสตจักรคลองเตยมีศจ.เกศรินทร์ งามขำ เป็นศิษยาภิบาล มีศจ.โยนาและศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน เป็นศาสนาจารย์อาวุโส มีครูเสกสรรค์ ทะนันตาและครูอุบล อัคนีกูล เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาล
คริสตจักรมีเป้าหมาย เสริมสร้างภายใน เลี้ยงดู เกื้อหนุนจิตวิญญาณพี่น้องสมาชิกทำการประกาศ เผยแพร่พระกิตติคุณสำหรับคนภายนอก มีงานสงเคราะห์ให้ความช่วยเหลือแม่ม่าย ลูกกำพร้า สำหรับภายใน และให้ทุนการศึกษาจากคอมแพสชั่นสำหรับเด็กชุมชน ในเวลาเดียวกันคริสตจักรเป็นที่พึ่งและเป็นที่รับรอง สำหรับผู้รับใช้พระเจ้าเสมอ เมื่อมีปัญหาและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือคณะธรรมกิจและศิษยาภิบาล มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการประกอบพันธกิจ บริการและร่วมรับใช้ทั้งนี้เพื่อเป็นที่ถวายเกียรติแด่ พระเจ้า และเป็นที่ชอบต่อคนทั้งปวง