ประวัติคริสตจักรคลองเตย
1982  1983  1984  1985  1986  1987  1988  1989  1990  1991  1992 
1993  1994  1995  1996  1998  1999  2000  2001  2002
ค.ศ. 1982 วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1982 เป็นวันอีสเตอร์ที่พิเศษกว่าทุกปีของศาลาธรรมคลองเตยเพราะในบ่ายวันนั้นมีพิธีสถาปนา จากศาลาธรรมเป็นคริสตจักร พิธีแต่งตั้งศิษยาภิบาล พิธีแต่งตั้งมัคนายก 12 ท่าน มีผู้ที่จะรับบัพติสมา และยืนยันความเชื่อรวม 14 ท่าน แม้ว่าวันนั้นทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยทั้งการเตรียมงานและดำเนินงานจนเสร็จพิธีในเวลา บ่ายๆ ทุกคนต่างมีความสุขและปลื้มปิติยินดี เมื่อสถาปนาคริสตจักรอย่างเป็นทางการแล้ว คริสตจักรได้ดำเนินงานอย่าง เต็มรูปแบบภายใต้พระคุณของพระเจ้า เผยแพร่ขยายพันธกิจ มีศาลาธรรมเกิดขึ้นหลายแห่งพร้อมทั้งมีคริสตจักรลูกอยู่ ภายใต้การดูแล ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เดือนกรกฎาคม ค.ศ . 1982 คณะธรรมกิจมีมติเชิญ อจ . อัจฉรา อัจฉรารัตนโสภณ เป็นศิษยาภิบาล ของคริสตจักรต่ออีกวาระหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ปีวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1983 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 1987 พร้อมทั้ง สนับสนุนให้ท่านเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่ สหรัฐอเมริกา ในระหว่างนั้นได้เรียนเชิญศจ . วิรัช เศรษฐโสภณกุลเป็นที่ปรึกษา และผู้ช่วยศิษยาภิบาล อจ . สุวิมล เตชะเดช ดำเนินการต่อไป ในระหว่างนั้นคณะธรรมกิจมีความปรารถนาที่จะเชิญผู้รับใช้พระเจ้าที่ พร้อมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิและแต่งงานมีครอบครัวแล้วมาเป็น ศิษยาภิบาลรักษาการ จึงได้ติดต่อไปที่ อจ.มาระโก สุกัญจนสิริ ( ซึ่งเคยเป็นอนุชนบุกเบิกของคลองเตย ) ปรากฏว่ามีอุปสรรค รับเชิญไม่ได้ เราจึงยอมตามน้ำพระทัยพระเจ้า
ค.ศ. 1983 ค.ศ. 1983 นักศึกษา B.I.T. คุณศิริพร แซ่หยาง และคุณรัชนี สีพงษ์ได้มาช่วยรับใช้และทราบว่าคุณ รัชนี สีพงษ์จะสำเร็จการศึกษาจะมาร่วมรับใช้พระเจ้าด้วยกัน ก็มีความปิติยินดีเป็นอย่างมาก พันธกิจเวลา นั้นมีผู้รับผิดชอบดังนี้
  • ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล รับผิดชอบจัดตารางเทศนาพร้อมช่วยเทศนาและหานักเทศน์มาสลับการเทศน์
  • ครูสุวิมล เตชะเดช ดูแลอนุชน ยุวชน เยี่ยมเยียน เซลกรุ๊ป และดูแลบุคลากรด้านจิตวิญญาณของ สถาน เลี้ยงเด็ก
  • ครูรัชนี สีพงษ์ ดูแลเรื่องรวีวารศึกษา สูจิบัตรและเด็กในชุมชน
ต่อมาคณะธรรมกิจยังมีความปรารถนาที่จะสรรหาศิษยาภิบาล จึงได้ส่งผู้แทนไปทาบทาม ศจ.ไพบูลย์ เอกวาทีศิริ และศจ .ประทีป ประทีปทองคำ โดยมีอนุกรรมการ คือ มค.เจตน์ มค . หัทยา และมค.ชัยชาญ เป็น กลุ่มหาข้อมูลสรรหาและไปทาบทาม ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันได้รับทราบว่า ศจ. วิรัช ไม่อาจจะมาเป็น ที่ปรึกษาได้อีก เพราะ ศจ. รุ่ง เริงสันต์อาจิณจะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา ศจ. วิรัชต้องทำงานมากขึ้นใน B.I.T. เป็นเหตุให้กรรมการสรรหาศิษยาภิบาลทำงานหนักยิ่งขึ้น ต่อมาได้ติดต่อทาบทาม ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน ศจ.ประทีป ประทีปทองคำ อีกครั้งและศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ก็ยังไม่ประสบความ สำเร็จ เวลานั้น อจ. อัจฉรา มีจดหมายมาแจ้งให้ทราบว่า ท่านยังไม่สามารถกลับตามกำหนดได้ขอให้ทางคณะ ธรรมกิจสรรหาศิษยาภิบาลแทนท่านด้วย
ค.ศ. 1984 ค.ศ. 1984 มค.ชัยชาญ อัจฉรารัตนโสภณ ได้รับมอบหมายให้ไปทาบทาม ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ศจ.สุพิชญ์แนะนำให้เชิญ ศจ.โยนา ไปช่วยระหว่างสุดสัปดาห ์เพราะพันธกิจของโรงพยาบาลยังไม่หมดวาระ แต่รับปากว่าในปี ค.ศ. 1985 อาจสามารถไปร่วมรับใช้ได้ จึงเป็นความหวังใจ อย่างมากของพี่น้องในคริสตจักร ดังนั้นตามคำแนะนำของ ศจ.สุพิชญ์ จึงได้เชิญ ศจ.โยนา วิจักษณ์โยธิน มาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคริสตจักรแทน ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล และได้จัดงานเลี้ยงรับและเลี้ยงส่งศาสนาจารย์ทั้งสองครอบครัว ศจ.โยนา เสนอคณะธรรมกิจว่าควรเชิญ ผป.ชัชวาล กรรโมทาร มาเป็นที่ปรึกษาของคริสตจักร เพราะท่านได้รับใช้ที่คริสตจักรสะพานเหลืองจนเกษียณอายุ บัดนี้ท่านมีเวลาว่างที่จะให้คำแนะนำคำปรึกษาแก่เราได้ คณะธรรมกิจเห็นชอบจึงได้ทำจดหมายเรียนเชิญท่านเป็นที่ปรึกษา ในปีเดียวกันนั้น ครูรัชนี สีพงษ์ ทำงานครบ 1 วาระ และไม่รับเชิญต่อคณะธรรมกิจจึงต้องยอมให้ท่านลาออก กล่าวถึงขั้นตอนเชิญศิษยาภิบาล คณะธรรมกิจได้ทำตามขั้นตอนคือปรึกษา อจ.อัจฉรา ท่านจึง ได้ยื่นจดหมายลาออกจากการเป็นศิษยาภิบาล เพราะปรารถนาจะอยู่เรียนที่สหรัฐอเมริกาอีกวาระหนึ่ง คณะธรรมกิจอนุญาตให้ตามที่ขอ หลังจากนั้นจึงขอความเห็นชอบของสมาชิกในคริสตจักรทั้งหมด ซึ่งวาระการเชิญ วาระละ 5 ปี และขั้นตอนเหล่านี้ได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยภายใต้การทรงนำของพระเจ้า ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1984 ได้มีหนังสือเชิญ ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักร ในเดือน มกราคม ค.ศ. 1985 ท่านได้เข้ามาร่วมรับใช้ และเป็นศิษยาภิบาลคนที่สองของคริสตจักรนอกจากนั้นยังได้เชิญ ครูวิชัย หลี นักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจาก B.I.T. มาเป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาล ต่อมาคณะธรรมกิจยังมีความปรารถนาที่จะสรรหาศิษยาภิบาล จึงได้ส่งผู้แทนไปทาบทาม ศจ.ไพบูลย์ เอกวาทีศิริ และศจ .ประทีป ประทีปทองคำ โดยมีอนุกรรมการ คือ มค.เจตน์ มค . หัทยา และมค.ชัยชาญ เป็น กลุ่มหาข้อมูลสรรหาและไปทาบทาม ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันได้รับทราบว่า ศจ. วิรัช ไม่อาจจะมาเป็น ที่ปรึกษาได้อีก เพราะ ศจ. รุ่ง เริงสันต์อาจิณจะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา ศจ. วิรัชต้องทำงานมากขึ้นใน B.I.T. เป็นเหตุให้กรรมการสรรหาศิษยาภิบาลทำงานหนักยิ่งขึ้น ต่อมาได้ติดต่อทาบทาม ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน ศจ.ประทีป ประทีปทองคำ อีกครั้งและศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ก็ยังไม่ประสบความ สำเร็จ เวลานั้น อจ. อัจฉรา มีจดหมายมาแจ้งให้ทราบว่า ท่านยังไม่สามารถกลับตามกำหนดได้ขอให้ทางคณะ ธรรมกิจสรรหาศิษยาภิบาลแทนท่านด้วย
ค.ศ. 1985 ค.ศ. 1985 ทั้ง ศจ.โยนา และศจ.สุพิชญ์ ได้เข้ามาร่วมรับใช้ ท่านได้เลี้ยงดูสมาชิกด้านจิตวิญญาณ และเสริมสร้างบุคลากร ส่วนเรื่องซ่อมแซมอาคารคริสตจักร ท่านได้ขอให้พี่น้องสมาชิกร่วมกันทำความสะอาด เก็บสิ่งของต่างๆ ให้เข้าที่ ทาสี และทำให้มีห้องว่างมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายพันธกิจ ในเวลานั้นมีบริษัทสหพัฒนากรุงเทพ ได้รับสัมปทานมาพัฒนาที่ดินของคลองเตยพระรามสี่ทั้งชุมชน เทพประทาน คริสตจักร และโรงเรียนในท้องถิ่นถูกฟ้องขับไล่ที่ บริษัทฯ รับปากสร้างอาคารแฟลต 4 หลังให้ ชุมชน และคาดว่า ค.ศ. 1990 จะทำสำเร็จทั้งหมด คณะธรรมกิจทราบข่าว และคาดคะเนว่าคงอยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี คริสตจักรจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วน
ค.ศ. 1986 ค.ศ. 1986 ครูสุวิมล ขอลาออก เพื่อไปศึกษาต่อเต็มเวลา คณะธรรมกิจจำเป็นต้องอนุญาตให้ลาออก และได้เชิญครูวีนัส เข้ามาแทนในตำแหน่งที่ว่างลง ครูวิชัย หลี มีความจำเป็นในเรื่องส่วนตัว ขอลาออกเช่นกัน จึงได้เชิญครูถนอม ชัยวงศ์ เข้ามาแทนที่ ค.ศ. 1987 ภายใต้พระคุณของพระเจ้า คณะธรรมกิจร่วมกับสมาชิกคริสตจักร พร้อมใจกันร่วมมือร่วมใจกับคณะ ผู้รับใช้พระเจ้า โดยการนำของศาสนาจารย์ทั้งสองท่าน ทุ่มเทเสริมสร้างพันธกิจภายในคริสตจักร พันธกิจของ ภาค 7 และสภาคริสตจักรฯ ในปี ค.ศ. 1988 ศิษยาภิบาลได้รับเชิญเป็นผู้แทนให้ไปประชุมที่ไทเปเรื่องการ ประกาศเผยแพร่พระกิตติคุณ
ค.ศ. 1987 ค.ศ. 1987 ผู้อำนวยการองค์การคอมแพสชั่นได้มาเยี่ยมเยียนคริสตจักรและทาบทามที่จะร่วมมือกับ คริสตจักรในการให้ทุนการศึกษาเด็กๆ ในชุมชน และประกาศกับเด็กเหล่านี้ศิษยาภิบาลได้ศึกษาหาข้อมูลและมั่นใจในความเชื่อที่ถูกต้อง จึงได้นำเสนอคณะธรรมกิจ เมื่อคณะธรรมกิจพิจารณาในรายละเอียดแล้ว จึงมีมติให้ดำเนินการได้ กองทุนคอมแพสชั่นได้ช่วยเหลือแม่ม่าย ลูกกำพร้าในคริสตจักร และขยายสู่เด็กๆ ที่ยากไร้ทั้งหลายในชุมชนเทพประทาน ทั้งการประกาศและการสงเคราะห์ได้ทำไปพร้อมๆ กัน พันธกิจได้รับการอวยพร จากพระเจ้าเป็นอย่างมากจนถึงทุกวันนี้
ค.ศ. 1988 ค.ศ. 1988 มีนักศึกษา B.I.T. จบพร้อมกัน ได้รับเชิญให้มาร่วมรับใช้ในคริสตจักรคือ ครูสุวิมล เตชะเดช ครูอนุรักษ์ และครูมณฑา ( ต่อมาได้แต่งงานกับ ศจ.พงษ์ศักดิ์ ลิ่มทองวิรัตน์ ) ครูมณฑาได้รับใช้ในระยะ สั้นเพราะเตรียมตัวเดินทางพร้อมกับสามี ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่ ศจ.โยนา รับใช้อยู่ที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน ท่านได้สอบเป็นศาสนาจารย์ในนามของภาค 6 ในระหว่างนั้นยังไม่ได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ เมื่อต่อมาได้มาร่วมรับใช้ในภาค 7 จึงย้ายชื่อมาอยู่ใน ภาค 7 คณะธรรมกิจจึงเสนอภาค 7 ให้ทำพิธีสถาปนาการเป็นศาสนาจารย์ วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.1998 ได้ทำ พิธีสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ โดยมีคณะกรรมการจากภาค 7 มาประกอบพิธีและพี่น้องจากคริสตจักร ต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดี เป็นที่ชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง
ค.ศ. 1989 ค.ศ. 1989 ครูอนุรักษ์ มีปัญหาในเรื่องสุขภาพ คณะธรรมกิจจึงอนุญาตให้ลากลับไปพักรักษาตัว และได้เชิญครูถนอม ชัยวงศ์ เข้ามาทำหน้าที่แทน เวลาผ่านไปรวดเร็ว ศิษยาภิบาลได้ทำหมาดครบวาระ ของการรับใช้ คณะธรรมกิจปรึกษาหารือแล้ว มีมติให้เชิญศิษยาภิบาลต่ออีก 1 วาระ เป็นเวลาอีก 5 ปี ( ค.ศ.1990-1994) ค.ศ. 1989 ครูสุวิมล ได้เข้าพิธีมงคลสมรสกับครูสุชาติ ใบบริบาลกุล และทั้งคู่จะรับใช้ที่วิทยาลัย พระคริสตธรรมกรุงเทพ (BBCS) คณะธรรมกิจและพี่น้องในคริสตจักรต่างก็แสดงความชื่นชมยินดี เดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันศจ.พงษ์ศักดิ์ ลิ่มทองวิรัตน์และภรรยาได้เดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐ อเมริกา คริสตจักรจึงได้จัดพิธีเลี้ยงส่ง และเลี้ยงต้อนรับครูถนอม และศจ.โยนา ที่เข้ามาร่วมรับใช้เต็มเวลา ในโอกาสเดียวกัน ต่อมาพันธกิจคริสตจักรเติบโต สามารถขยายทุนการศึกษาสถานเลี้ยงเด็กถึง 10 ทุน โดยผป.ชัชวาล กรรโมทารได้ให้การสนับสนุนในด้านการเงินเป็นอย่างมาก เมื่อ อจ.อัจฉรา กลับบ้านมาเยี่ยมบิดา คณะธรรมกิจได้ปรึกษาหารือขอย้ายความเป็นเจ้าของบ้าน พระราม 4 ให้ศจ.สุพิชญ์ รับผิดชอบ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องข้อพิพาทที่ดินพระราม 4 และเพื่อให้สะดวกในการดำเนินการ ท่านเห็นชอบและดำเนินการตามคำขอ ในเวลานั้น คริสตจักรได้เรียนเชิญ อจ.สุชาติ ใบบริบาลกุล มาช่วยสอนอนุชน ยุวชน พร้อมให้คำปรึกษา ในปีเดียวกัน ทราบข่าวว่าคุณจุนเกียรติ อนุชนในคริสตจักรถวายตัวเรียนวิทยาลัยศาสนศาสตร์ สิงคโปร์ เริ่มแรกได้ขอให้คริสตจักรเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย ต่อมามีพี่น้องสตรีท่านหนึ่งรับปากจะช่วย คริสตจักรจึงได้รับการแบ่งเบาภาระไป ค.ศ. 1991 ทางวิทยาลัยมีจดหมายมาถึงคณะธรรมกิจรายงานเรื่อง การสอบ และขอให้คริสตจักรสนับสนุนอีก 1 ปีการศึกษา เพราะมีบางวิชายังไม่จบ คริสตจักรจึงมีมติให้การ สนับสนุน และให้น้องชายคือคุณเกรียงไกรเป็นผู้จัดการเรื่องโอนเงินไปให้พร้อมรายงานคณะธรรมกิจทุกเดือน
ค.ศ. 1990 ค.ศ. 1990 ครูถนอม รับใช้ครบวาระ มีความตั้งใจที่จะไปเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรราชบุรี คณะธรรมกิจจึงอนุมัติให้ลาออก ตามการทรงนำของพระเจ้า
ค.ศ. 1991 ค.ศ. 1991 อจ.เกศรินทร์ งามขำ ได้ลาออกจากคจ.ราชบุร ีและให้คริสตจักรคลองเตยเชิญมาร่วมรับใช้ อจ.เกศรินทร์มีความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อสอบศาสนาจารย์ในนามภาค 8 แล้วยังไม่ได้ รับการสถาปนา ศจ.สุพิชญ์ (ศิษยาภิบาล) เห็นว่าควรเข้ามาร่วมรับใช้ด้วยกัน 1 ปี และโอนชี่อมาอยู่ในภาค 7 เพื่อรับการสถาปนา ดังนั้นจึงได้โอนชื่อจากภาค 8 มาสู่ภาค 7 และภายใต้การดูแลของศิษยาภิบาลเรียนรู้เรื่อง ประกอบศาสนพิธีต่างๆ หลังจากนั้น 1 ปี จึงได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาจารย์ ในระหว่างนั้นอจ. เกศรินทร์ ทั้งทำงานรับใช้ในคริสตจักร และเตรียมตัวเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศเกาหลีครึ่งปีให้หลังจึงได้รับการตอบรับ จากวิทยาลัย ACT คณะธรรมกิจได้ออกจดหมายรับรองการเป็นผู้รับใช้พระเจ้า และได้ดำเนินการสถาปนา อจ.เกศรินทร์ งามขำเป็นศาสนาจารย์ ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ.1992 และวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ .1992 คณะธรรมกิจได้จัดเลี้ยงส่งก่อนที่ท่านจะเดินทางไปศึกษาต่อที่เกาหลี ในปี ค.ศ. 1991 นั้น อจ . สันติ พัฒนจิตชนและภรรยามีความปรารถนาที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่เนื่องจากบ้านอยู่ที่หัวกุญแจ ไม่สะดวกในการดำเนินเรื่อง ศิษยาภิบาลรับทราบข่าวจึงได้ขออนุญาตจากคณะธรรมกิจและต้อนรับท่านทั้งสองมาอยู่ที่คริสตจักรคลองเตยจนกว่าท่านจะดำเนินเรื่องเรียบร้อยพร้อมที่จะเดินทาง อีก 3-4 เดือนให้หลังพระเจ้าเปิดทางให้ท่านทั้งสองเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ขอบคุณพระเจ้าที่คริสตจักรคลองเตยไม่แต่เพียงเสริมสร้างภายในคริสตจักรให้เข้มแข็งแต่ยังมีโอกาส ขยายพันธกิจประกาศพระกิตติคุณนำคนมารับเชื่อ ในเวลาเดียวกันก็มีโอกาสช่วยเหลือผู้รับใช้พระเจ้าโดย อาศัยอาคารคริสตจักรที่มีห้องว่างพอที่จะรับรองความเป็นอยู่ และให้ความรัก ความช่วยเหลือในยามลำบาก ความห่วงใยของคณะธรรมกิจ ความรักจากศิษยาภิบาลบวกกับน้ำใจอันดีงามของพี่น้องสมาชิกช่วยให้ผู้รับใช้ หลายท่านมีโอกาสเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศจนประสบความสำเร็จและให้พระเจ้าใช้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์
ค.ศ. 1992 ค.ศ. 1992 ได้เชิญ ครูวรรณา กุสาวดี มาเป็นผู้รับใช้ช่วยสอนรวีฯ และอนุชนยุวชน ในเวลาเดียวกันได้ ส่ง นักศึกษา B.I.T. ครูอาชู ไปช่วยที่คริสตจักรโนนดินแดง ครูอาชูเป็นคนถ่อมใจ อีกทั้งมีความรู้ในเรื่องการแพทย์อยู่บ้าง เพราะเคยติดตามหมอมิชชันนารีมาก่อน จึงทำงานกับชาวบ้านอย่างเกิดผลมากทีเดียว ต่อมาเจ้าหน้าที่ของ Food for the Hungry ได้ย้ายไปจังหวัดศรีษะเกษหมดแล้ว จึงปิดทำการชั่วครา ในเวลาเดียวกันคจ.คลองเตยพระราม 4 ถูกไล่ที่จนเดือดเนื้อร้อนใจมาก ที่ปรึกษากฎหมาย ผป.วิศาล ภัทรธรรมมาศ ได้ส่งทนายความของท่านชื่อทนายความวันจันทร์ มาช่วยว่าความ ในขณะที่ศิษยาภิบาลในฐานะเจ้าบ้านต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพราะเรื่องฟ้องร้องไล่ที่ เรื่องนี้ดำเนินการนานถึง 2 ปีสุดท้ายทางคริสตจักร ชนะคดี เพราะมีใบสัญญาของอดีตนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ ว่าจะยังไม่ไล่ผู้ที่อาศัยอยู่ริมถนนพระราม 4 จนกว่าจะจัดเรื่องที่อยู่ใหม่ให้กับชาวชุมชนเป็นที่เรียบร้อยก่อนดังนั้นเราจึงได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ จนถึงทุกวันนี้ อนุชนของเราคือ คุณวิชัย จันทร์หิรัญโชติ เรียนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีใจอาสาสมัครช่วยรับใช้ พันธกิจพระเจ้าที่องค์การ YFC แต่องค์การไม่อาจให้ค่าครองชีพเป็นเงินเดือนดังนั้นทางคริสตจักรจึงช่วยคุณ วิชัย เดือนละ 2,000 บาท อยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาคุณวิชัยได้ถวายตัวเรียนที่ B.I.T. เตรียมตัวเป็นผู้รับใช้ในอนาคต ซึ่งนำความปิติยินดีมาสู่คริสตจักรเป็นอย่างยิ่ง ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1993 ตามคำเรียกร้องของชุมชนเทวสุนทรที่บางเขน คริสตจักรได้ซื้อบ้านเกือบ ผุพังไว้หลังหนึ่ง โดยผป.ชัชวาล ช่วยออกค่าซื้อบ้าน เราจึงได้ไปซ่อมแซมและตกแต่งบ้านพร้อมซื้ออุปกรณ์ ของใช้ในบ้านเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอจ.อิสริยา สังสิมมา รับใช้พระเจ้าที่จุดประกาศแห่งนี้ ต่อมาในเดือนพฤษภาคมได้เชิญครูศิริพร แซ่หยาง และครูอุบล อัคนีกูล เข้ามาร่วมรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรโนนดินแดง ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1993 ศจ.สุพิชญ์ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรค่ายคริสตจักรที่สหรัฐอเมริกา จึงได้เดินทางไปพร้อมกับศจ.โยนา และถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมเยียนคริสตจักรและขอการถวายทรัพย์เพื่อการ สร้างอาคารคริสตจักรหลังใหม่จากต่างประเทศ อาจารย์ทั้งสองท่านได้รับการอวยพรจากพระเจ้าอย่างมาก และดำเนินเรื่องด้วยความเรียบร้อยกลับมา และยังได้ซื้อชุดประกอบพิธีศีลมหาสนิททำด้วยทองเหลืองมาเพื่อใช้สำหรับอาคารใหม่ของคริสตจักร ในระหว่างที่ศิษยาภิบาลเดินทางไปสหรัฐอเมริกานั้น ผป.วรพนธ์ วรพันธนายุตได้ล้มป่วย ต่อมาพระเจ้ารับท่านกลับไป นำความโศกเศร้าเสียใจมาสู่พี่น้องเพราะท่านเป็นที่เคารพนับถืออย่างมากในคริสตจักร ในเวลาเดียวกันคุณจุนเกียรติ เรียนจบพระคริสตธรรมและได้แต่งงานกับนักเปียโนซึ่งเป็นครูสอนดนตรีคริสตจักร ก็เป็นความหวังอย่างยิ่งว่าอนาคตข้างหน้าการรับใช้ของท่านคงจะมีประสิทธิภาพมาก
ค.ศ. 1993 ค.ศ. 1993 ปีนี้ได้เชิญ อ.อนันต์ วิชัยศรและครอบครัวไปรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรโนนดินแดง คุณแม่ของอาจารย์ก็ไปอยู่ด้วย ท่านทำโครงการพืชไร่ เชิญชวนสมาชิกมาร่วมทำงาน คุณแม่ปลูกต้นไม้,ดอกไม้ รอบอาคารโบสถ์ ทำสถานที่สะอาดสวยงาม นำความชื่นชมยินดีมาสู่พี่น้องคริสตจักรโนนดินแดง ต่อมาไม่นานคณะธรรมกิจได้อนุมัติซื้อที่ดิน 1 ไร่ ให้กับคริสตจักรโนนดินแดง เพื่อปลูกพืชผักและขุดบ่อน้ำให้ 1 บ่อ คริสตจักรได้เชิญผู้รับใช้พระเจ้าเข้ามาร่วมงานโดยมีครูปินยา สากล เข้ามาทำงานกับเด็กทุน คอมแพสชั่น ในปี ค.ศ. 1994 ศิษยาภิบาลได้ขออนุมัติคณะกรรมการภาค 7 แต่งตั้งท่านเหล่านี้เป็นครูศาสนาคือ อ.วรรณา กุสาวดี อ.อิสริยา สังสิมมา และอ.อนันต์ วิชัยศร เวลาผ่านไปรวดเร็วกำลังใกล้หมดวาระของศิษยาภิบาล คณะธรรมกิจได้ประชุมและมีมติให้ต่ออายุงานศิษยาภิบาลอีก 1 วาระ นับเป็นวาระที่ 3 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995-1999 ศิษยาภิบาลรับปากที่จะอยู่ร่วมงานต่อไป
ค.ศ. 1994 ค.ศ. 1994 ศจ.เกศรินทร์ กลับประเทศไทยเพื่อมาเยี่ยมบ้านรายงานว่าคริสตจักรเกาหลีที่มีใจ จะรวบรวมเงินช่วยก่อสร้างอาคารคริสตจักรคลองเตย พอดีเจอไฟไหม้อาคารโบสถ์ของเขาดังนั้นเขาจึงยกเลิกคำมั่นสัญญา ทางคริสตจักรเราก็เห็นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ขอพระเจ้าปลอบใจและทรงเมตตาช่วยเขาด้วย ค.ศ. 1994 ได้เชิญครูจำรูญศรี นารัตน์ มาแทนตำแหน่งครูวรรณา กุสาวดี ในเวลานั้นคริสตจักร กำลังรณรงค์เก็บเงินเพื่อสร้างอาคารใหม่ของคริสตจักร ถึงกระนั้นพันธกิจคริสตจักรก็มิได้ติดขัดภายใต้การ รับใช้ของศิษยาภิบาล มีพี่น้องต่างคริสตจักรและในคริสตจักรที่รักพระเจ้า นอกจากถวายสร้างอาคารแล้ว ยังร่วมใจสนับสนุนการประกาศเผยแพร่ของคริสตจักรคลองเตย เช่น ผป.ชัชวาล กรรโมทารและครอบครัว ผป.ชาญ โชตินันทเศรษฐ์ จากคริสตจักรสะพานเหลือง อ.อั่งขี่มุ่ย และคนอื่นๆ คริสตจักรไมตรีจิตมี มค.ตั้งไหล่หลีและลูกๆ ของท่าน คุณปอใช้ แซ่เล้าและลูกสาวของท่าน เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับ เงินเดือนผู้รับใช้พระเจ้า งานประกาศกับชุมชนเทพประทาน ช่วยเหลือแม่ม่าและลูกกำพร้า จนกระทั่ง สร้างอาคารโบสถ์เสร็จเรียบร้อย ไม่ติดหนี้สินและยังมีเงินเหลือ ศิษยาภิบาลจึงโอนงานส่วนนี้คืนคณะธรรมกิจ เพราะต่อไปนี้ไม่ได้สร้างอาคารโบสถ์ แต่เป็นเวลาสร้างคน และทำการประกาศคริสตจักรจึงรับขึ้นมาอย่างเต็ม ภาคภูมิและร่วมใจรับใช้ เดินหน้าต่อไป คณะธรรมกิจมีมติแต่งตั้ง มค.เตียเอกซัว ให้เป็นผู้ปกครองกิตติมศักดิ์เพราะตลอดชีวิตของท่านได้ ทุ่มเทรับใช้และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลัง คณะสตรี ภาค 17 ได้เชิญศิษยาภิบาลไปเป็นวิทยากรค่ายสตรี ท่านจึงนำทีมไปโดยมีศจ.โยนาและครู ปินยา ร่วมเดินทางไปด้วย เป็นที่ชื่นชอบสำหรับพี่น้องที่ตรัง และขอบพระคุณพระเจ้า งานดำเนินไปด้วยดี คริสตจักรโนนดินแดง อจ.อนันต์ นำ 13 คน มารับเชื่อท่านขอให้โบสถ์แม่ส่งพระคัมภีร์ไปให้ผู้รับเชื่อใหม่ ท่านทำโครงการพืชไร่ มีที่ดิน 3 แปลง สองแปลงแรกแปลงละ 14 ไร่ และอีกแปลงหนึ่ง 15 ไร่ พี่น้อง เอามาจำนองให้คริสตจักร คณะธรรมกิจจึงแต่งตั้งอนุกรรมการไปตรวจสอบดูเพื่อให้ความช่วยเหลือ รายนามกรรมการมีดังนี้ ศจ.โยนา ผป.ชัยชาญ ผป.เอนก ผป.สุรพล ผป.เยาวลักษณ์ มค.อนุตราและศจ.สุพิชญ์ เมื่อไปแล้วจึงทราบว่ามีกฎตั้งไว้ดังนี้
  • ใช้กองทุนคริสตจักสำรองจ่าย แล้วสมาชิกถวายสิบลดเข้าคริสตจักร
  • เป็นที่ดินของคนท้องถิ่นจำนองให้คริสตจักร
  • เอาเงินสำรองของคริสตจักรโนนดินแดงทดลองจ่าย แล้วผู้รับใช้ดำเนินงานต่อไป ต่อมาประมาณเดือนสิงหาคม รับทราบว่า ภาคอีสานมีภัยแล้ง ขาดฝนเป็นเวลานาน การเพาะปลูกไม่เกิดผล จึงไม่สามารถเก็บเกี่ยวและไม่บรรลุผลตามที่คาดคะเนไว้ ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน อจ.อนัน์ต ตัดสินใจ ลาออกก่อนหมดวาระ ไม่ยอมให้ยับยั้ง คริสตจักรจึงต้องอนุญาตให้ลาออก และเชิญครูอาชูไปรับหน้าที่แทน เวลานั้น ครูอาชู มีญาติ 2 คนมาจากพม่า เพื่อรอวีซ่าไปนิวซีแลนด์ ญาติ 2 ท่านนี้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เขาจึงไปพร้อมครูอาชู ร่วมรับใช้พระเจ้าที่นั่น คณะธรรมกิจช่วยค่าครองชีพคนละ 3,000 บาทต่อเดือน
ค.ศ. 1995 ค.ศ. 1995 คศ.วรรณา ขอลาไปเข้าพิธีมงคลสมรส คณะธรรมกิจแสดงความยินดี โดยให้เงินเดือน 1 เดือน และเชิญครูจำรูญศรี นารัตน์ เข้ารับตำแหน่งแทน คณะธรรมกิจสนับสนุนนักศึกษา B.I.T. โดยให้ทุนการศึกษาครูปินยา สากล นักศึกาปริญญาโท คุณวิชัย จันทร์หิรัญโชติ และศจ.เกศรินทร์ งามขำ เรียนปริญญาโทที่ประเทศเกาหลี เรียน 2 ปริญญาโท เนื่องจากคริสตจักรท้องถิ่นสนับสนุนช่วยทุนการศึกษา ส่วนคริสตจักรรักษาเงินสะสม 10% และเงินค่าเกษียณ อายุให้ศจ.เกศรินทร์ ในระหว่างเรียนอยู่ คณะธรรมกิจตระหนักถึงการมีธรรมนูญของคริสตจักรเป็นเรื่องสำคัญจึงคัดเลือกกรรมการกลุ่มเล็ก ให้ศึกษาข้อมูลและเตรียมเรื่องการร่างธรรมนูญ คณะธรรมกิจและคณะสตรี ได้รวมตัวกันก่อตั้งคณะนักร้องสรรเสริญ ซ้อมเพลงทุกวันอาทิตย์และถวายเสียงเดือนละครั้งในสัปดาห์ที่ 4 ในต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 1995 ได้ทดลองย้ายการนมัสการมาที่อาคารใหม่ สุขุมวิท 93 สมาชิกรู้สึกม่คุ้นเคย เพราะต้องเข้าตรอกเข้าซอย ไม่ใช่อยู่ริมถนนใหญ่ เดินทางไม่สะดวก แต่ต่อมาทุกคนก็ปรับตัวได้ คริสตจักรของเรามักจะมีแขกบ้านแขกเมืองมาเยี่ยม ศจ Jeff Brandford ได้แนะนำหนุ่มอังกฤษ 1 ท่านชื่อ แอนดรู อาสามาช่วยสอนภาษาระยะสั้น 1 เดือน พักอยู่ที่คริสตจักร ศิษยาภิบาลได้จัดตารางทำงานให้ท่านมี โอกาสไปช่วยที่พระราม 4 และได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมคริสตจักรโนนดินแดงด้วย
ค.ศ. 1996 ค.ศ. 1996 ผป.วิศาล ภัทรธรรมมาศ (ที่ปรึกษากฎหมายของคริสตจักร) ท่านได้จัดนมัสการขอบพระคุณพระเจ้าเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด 60 ปี และในโอกาสที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยแต่งตั้ง ให้เป็นวุฒิสมาชิก คริสตจักนส่งผู้แทนไปร่วมแสดงความยินดี โดยมี ผป.สุรพล ศจ.โยนาและศจ.สุพิชญ์ นำกระเช้าดอกไม้ไปอวยพรท่าน เดือนกรกฎาคม คณะธรรมกิจพิจารณาว่าการรับใช้ของศจ.โยนาได้ทุ่มเทรับผิดชอบอย่างมาก ซึ่ง ตอนนี้อายุเลย 60 ปีไปแล้ว สมควรให้เกษียณอายุ โดยไม่ต้องพักจากการรับใช้คริสตจักรจะให้เงินบำนาญ (60% ของเงินเดือนๆ สุดท้าย) เดือนละ 8,000 บาทตลอดชีวิต ท่านยังให้ศิษยาภิบาลมอบหมายในเรื่องการ เทศนา ประกอบศาสนพิธี เยี่ยมเยียนและอื่นๆ ตามความถนัดของท่าน แต่ท่านไม่ต้องบริหารงานของคริสตจักร และกำหนดให้เดือนธันวาคม วันจัดงานเลี้ยงคริสมาสเป็นวันมอบโล่เกียรติคุณขอบคุณท่านที่อุตส่าห์ทุ่มเท รับใช้จตถึงปัจจุบัน ค.ศ. 1996 กลุ่มคริสเตียนหนองบัวลำภู ได้ก่อร่างสร้างตัวเป็นคริสตจักร มีสมาชิกประมาณ 20 คน จึงได้ขอให้คริสตจักรคลองเตย ช่วยดำเนินการขอไปทางภาค 7 เพื่อก่อตั้งเป็นคริสตจักรคณะธรรมกิจได้ปรึกษาหารือและส่งผู้แทนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จึงทำหนังสือรายงานเข้าภาค 7 คณะธรรมกิจภาค 7 ได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบประกอบด้วย ศจ.ฮอง ชิก ชิน ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุลและผป.ชัยชาญ อัจฉรารัตนโสภณ หลังจากการตรวจสอบแล้ว คริสตจักรภาคที่ 7 จึงได้มีมติอนุมัติให้สถาปนากลุ่มคริสเตียน หนองบัวลำภูเป็นคริสตจักร สังกัดคริสตจักรภาค 7 และให้คริสตจักรคลองเตยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลเอาใจใส่ ค.ศ. 1996 ครูปินยา สากลได้อยู่รับผิดชอบจุดประกาศพระราม 4 และครูวิชัย จันทร์หิรัญโชติจบ จาก B.I.T. และได้รับเชิญให้มาเป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลที่สุขุมวิท 93 และได้เชิญคุณอาแล ญาติของครูอาชู เป็นผู้รักษาความปลอดภัยของคริสตจักร ในเวลาเดียวกันผป.เจตน์ ได้ถวายรถยนต์ใช้แล้วไว้ใช้เป็นพาหนะที่คริสตจักรโนนดินแดง และมีครอบครัว ผป.เอนก จัดหาทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ยากไร้ โดยขอให้คณะสตรี เป็นผู้รับผิดชอบหาทุน เดือนตุลาคม ปีเดียวกัน คริสตจักรในภาค 6 ภาค 7 และภาค 12 ได้ร่วมกันจัดงานประกาศ ในหัวข้อ "ไลฟ์ 97" คณะธรรมกิจอนุมัติให้เงินสนับสนุนการประกาศเป็นเงิน 60,000 บาทและเหมารถรับชาวบ้านไปฟัง การเทศนา มีอนุชนรับเชื่อ 5 คน ในปีนี้เอง ศิษยาภิบาลมีปัญหาทางด้านสุขภาพ จึงมีหนังสือขอลาออกโดยให้ เหตุผลว่า ตั้งใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามารับหน้าที่แทน ต้องการเรียน NRP ของ B.I.T. ที่ได้ลงทะเบียนไว้ให้จบ ต้องการไปรักษาสุขภาพ และต้องการย้ายชื่อจากการเป็นเจ้าบ้านที่ดินพระราม 4 คณะธรรมกิจพิจารณาแล้ว ไม่อนุมัติให้ลาออกจากตำแหน่ง แต่ให้ไปรักษาสุขภาพและการเรียนขึ้นอยู่กับท่านที่จะจัดการ ส่วนการย้ายชื่อออกจากการเป็นเจ้าบ้านอนุมัติให้ตามที่ขอมา ศิษยาภิบาลรับปากไม่ลาออกและได้ขอไปรับการรักษาสุขภาพ
ค.ศ. 1998 ค.ศ. 1998 ได้แต่งตั้งผู้รับใช้ 3 ท่านให้เป็นครูศาสนาคือ ครูวิชัย ครูกิตติยาและครูกิตติพร ในเวลาเดียวกันมีการสถาปนาผู้ปกครองและมัคนายกด้วย ในระหว่างนั้นมีมิชชั่นทีม 10 ท่านจากเกาหลีมาเยี่ยมคริสตจักรระยะสั้น ซึ่งพักอยู่ที่คริสตจักร คณะธรรมกิจมอบหมายให้ศจ.เกศรินทร์ เป็นผู้ต้อนรับและดูแลท่านเหล่านั้น ผป.เอนก เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ จึงขอลาออกจากคณะธรรมกิจเพื่อที่จะมีเวลาทำการรักษา และพักผ่อน คณะธรรมกิจเห็นชอบ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ท่านเป็นที่ปรึกษาและรับทราบรายงานการประชุมทุกครั้งเพื่อสามารถให้คำปรึกษาได้ เป็นที่น่าชื่นชมยินดี การทุ่มเททำงานกับชุมชนเทพประทานก็ได้เวลาเก็บเกี่ยวผล คุณสุรชัย เจียรมงคลมุณี เป็นเด็กที่เติบโตในชุมชน 15 ปีที่แล้วได้เข้ามาเป็นเด็กกองทุนคอมแพสชั่นได้ตัดสินใจรับเชื่อพระเยซูเจ้า เวลานั้นได้รับการต่อต้านจากครอบครัวอย่างรุนแรง ศิษยาภิบาล ศจ.สุพิชญ์ ได้เอาใจใส่ดูแลและ ช่วยแก้ไขปัญหา พี่น้องในคริสตจักรให้กำลังใจและเกื้อหนุนอยู่เสมอ เมื่อศิษยาภิบาลถูกฟ้องเรื่องไล่ที่ดิน พระราม 4 ต้องขึ้นศาลกับทนายความวันจันทร์ เวลานั้นคุณสุรชัยตั้งใจว่าจบ ม .6 แล้วจะเรียนต่อนิติศาสตร์ ขอบพระคุณพระเจ้าคุณสุรชัยได้เรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและกำลังสอบเนติฯ เพื่อเป็นทนายความ ด้วยเหตุนี้คณะธรรมกิจมีมติให้เชิญคุณสุรชัยเข้ามาร่วมประชุมคณะธรรมกิจทุกครั้งเพื่อเป็นที่ปรึกษากฎหมาย และต่อมาคุณสุรชัยจึงถูกเลือกเป็นมัคนายกของคริสตจักรในปี ค.ศ. 2001 เป็นที่ชื่นชมยินดีของพี่น้องและเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า (นี่คือหนึ่งในผลงานการประกาศกับเด็กๆ ในชุมชนเทพประทาน)
ค.ศ. 1999 ค.ศ. 1999 คณะธรรมกิจมีมติต่ออายุงาน ศจ.เกศรินทร์ งามขำ จากปี ค.ศ. 1999 จนถึงปี ค.ศ. 2004 อีก 1 วาระ รวมอายุงานอีก 5 ปี อจ. สุรศักดิ์ กิติเรืองแสงและภรรยาได้มีส่วนช่วยพันธกิจของคริสตจักรเป็นอย่างมาก เมื่ออาจารย์ แสดงเจตจำนงค์จะขอสอบเป็นศาสนาจารย์ คณะธรรมกิจจึงมีมติเห็นชอบและนำเสนอต่อภาค 7 อจ . สุรศักดิ์ จึงได้รับอนุมัติสามารถสอบเป็นศาสนาจารย์ เดือนกรกฎาคม ค.ศ.1998 คริสตจักรได้ส่งสมาชิกที่สนใจเป็นนักร้องไปร่วมเป็นนักร้องในการแข่งกีฬา เอเชียนเกมส์ที่จะจัดในกรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคมเพื่อร่วมร้องเพลงในพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน เดือนสิงหาคม ค.ศ.1998 ได้เข้าร่วมประชุมเตรียมงานประกาศแก่ชาวกรุงเทพฯ ในหัวข้อว่า "ไลฟ์ 2000" ซึ่งจัดโดยภาค 6 ภาค 7 และภาค 12 และมีมติให้เชิญ ศจ.ปีเตอร์ เชา นักเทศน์จากสิงคโปร์เป็นวิทยากร เดือนธันวาคม ศจ.โยนาและศจ.สุพิชญ์ ได้รับเชิญจากคริสตจักรชาวไทยนิวยอร์คให้ไปเยี่ยมเยียน ท่านขอลาเดือนเดียว แต่เมื่อไปถึงแล้วพบว่ามีปัญหาจำเป็นต้องอยู่ถึง 3 เดือน จึงขอลาต่อ เวลานั้นกำลังใกล้หมดวาระการทำงานรอบที่ 3 ของศิษยาภิบาล และท่านอายุกำลังย่างเข้า 60 ปีคณะธรรมกิจมีมติให้เชิญ ร่วมรับใช้ต่อไป แต่ตามกฎของสภาคริสตจักรฯคือเชิญปีต่อปี เมื่อครบอายุ 60 ปีศิษยาภิบาลจึงได้มีจดหมาย ตอบขอบคุณ แต่ชี้แจงเหตุผลว่า คริสตจักรในต่างแดนขาดแคลนผู้รับใช้พระเจ้ามาก หากพระเจ้าอนุญาตให้ท่านมีวีซ่าเข้าเมืองได้ ก็จะขอช่วยคริสตจักรไทยในต่างแดนสักพักหนึ่ง หากไม่ได้ก็จะกลับมาร่วมรับใช้ อย่างเดิม ในเวลานั้นคณะธรรมกิจภาค 7 ได้ช่วยออกจดหมายรับรองศิษยาภิบาล ในเรื่องความเชื่อและคณะธรรมกิจได้ออกจดหมายยืนยันเรื่องงานรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรคลองเตยแก่สภารีฟรอมที่สหรัฐอเมริกา โดยการทรงนำของพระเจ้า ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1999 ศจ.สุพิชญ์ได้รับวีซ่าเข้าเมืองและมีสัญญาที่จะช่วยคริสตจักรชาวไทยนิวยอร์ค 3 ปี ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน จึงได้ไปรับใช้เป็นศบ . คริสตจักรชาวไทยนิวยอร์ค ในปีเดียวกันคริสตจักรโนนดินแดงได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานศิษยาภิบาลสภาคริสตจักรในประเทศไทยให้เข้าโครงการคริสตจักรเลี้ยงตนเองได้ โดยทางสภาและทางภาค 7 จะช่วยเงินเดือนผู้รับใช้ส่วนละ 45% รวมเป็น 90% และอีก 10% คริสตจักรท้องที่รับผิดชอบเองเป็นเวลา 20 ปี และการช่วยเหลือจะค่อยๆ ลดลงจนถึงปีที่ 20 คริสตจักรก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด คือจากปี ค.ศ.1999-2019 เท่านั้น คศ.วิชัย จันทร์หิรัญโชติ ครบวาระการเชิญ โดยไม่ยอมให้ต่อ เพราะได้รับเชิญให้เป็นศิษยาภิบาล ประจำคริสตจักรศรีพิมลธรรม ภาค 8 ไว้แล้ว คณะธรรมกิจจึงได้เชิญครูเสกสรรค์ ทะนันตาเข้ามาทำหน้าที่แทน วาระละ 2 ปี เมื่อศจ.สุพิชญ์และศจ.โยนา เดินทางไปรับใช้ที่สหรัฐอเมริกา คริสตจักรได้สนับสนุนโดยมอบเงินไว้ 50,000 บาท เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายต่างๆ และคศ . อาชูก็ได้รับเชิญจากองค์การฮักกายให้ไปรับการอบรมการเป็นผู้นำและการเลี้ยงดูสมาชิกที่สหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง องค์การฮักกายรับผิดชอบทั้งหมด คณะ ธรรมกิจอนุมัติให้ไปได้ ค.ศ.1999 มีอนุชนอาชีพหลายท่านได้รับเลือกเข้ามาเป็นมัคนายกใหม่ ยังไม่ค่อยมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องระดับภาค และสภาคริสตจักรฯ คณะธรรมกิจจึงมีมติให้จัดค่ายอบรมคณะธรรมกิจชุดใหม่ และเชิญศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ซึ่งเป็นรองประธานภาคมาเป็นวิทยากรในหัวข้อ " วิสัยทัศน์และท่าทีการ รับใช้พระเจ้าในสหัสวรรษใหม่" เนื่องจากศจ. สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธินได้ลาไปรับใช้ที่ต่างประเทศ คณะธรรมกิจจึงมีมติให้ผู้ช่วยศิษยาภิบาลรักษาการแทน แล้วเรียกประชุมสัปปุรุษ เพื่อเลือกศิษยาภิบาลใหม่ ที่ประชุมลงมติ 2 ใน 3 ให้ ศจ.เกศรินทร์ งามขำ เป็นศิษยาภิบาลคนใหม่ จึงได้มีพิธีแต่งตั้งศิษยาภิบาล ในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1999 ในเวลาเดียวกันก็แต่งตั้งครูศาสนาเสกสรรค์ ทะนันตา และครูอุบล อัคนีกูล เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาล พี่น้องในคริสตจักรมีความชื่นชมยินดีและขอบพระคุณพระเจ้า ศจ.เกศรินทร์ งามขำ นับได้ว่าเป็นศิษยาภิบาลคนที่ 3 ของคริสตจักรคลองเตย ในปี ค.ศ. 2000 ศิษยาภิบาลได้รับเชิญให้เป็นผู้แทนของประเทศไทยไปร่วมการ ประชุมเพื่อเตรียมการประกาศแถบเอเชีย โดยทีมประกาศพระกิตติคุณของศจ.ดร. บิลลี่ เกรแฮม ที่เมือง อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม ค่าใช้จ่ายทั้งหมดองค์การการ ประกาศเป็นผู้รับผิดชอบ
ค.ศ. 2000 ค.ศ.2000 ได้มอบหมายให้ครูอุบลไปช่วยพันธกิจที่พระราม 4 คศ.จำรูญศรีต่ออายุงานที่ชุมชนเทวสุนทร บางเขน และได้เชิญครูชลกานต์ เหรียญสุวรรณ เข้ามาประจำการที่ศาลาธรรมบางบัวทอง โดยมี คุณจิราวุฒิ เหรียญสุวรรณ (สาม ) มาช่วยรับใช้ในระหว่างที่เรียน B.I.T. เวลานั้นโดยการติดต่อของศจ.ลิต ฟูจิ อาจารย์ใน บี.ไอ.ที. แนะนำอาสาสมัคร 5 ท่าน เข้ามามิชชั่นทีมระยะสั้น คริสตจักรได้รับรองคนเหล่านั้นไว้ ได้จัดให้ช่วยงานที่สุขุมวิท 93 และที่พระราม 4 เดือนกรกฎาคม ค.ศ.2000 ทาง B.I.T. จัดพิธีมอบวุฒิบัตรแก่นักศึกษาที่เรียนจบในครั้งนี้ ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน และศจ.โยนา ได้บินกลับมาเพื่อร่วมในพิธี ศจ.สุพิชญ์ ได้เรียนจบปริญญาตรีตามที่ตั้งใจไว้ และครูศาสนาปินยา สากล ได้จบศาสนศาสตร์ปริญญาโท คริสตจักรจึงมีความปิติยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีรับวุฒิบัตรครั้งนี้ จากปี ค.ศ.1999-2001 พันธกิจคริสตจักรได้เติบโตไปเรื่อยๆ ศาลาธรรมบางยัวทองจากการนมัสการ ที่บ้านได้ย้ายออกไปสู่บ้านที่สมาชิกพร้อมใจกันเช่าเพื่อเป็นที่นมัสการและวันธรรมดาใช้เป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก เพื่อบริการชุมชนและทำการประกาศกับชุมชน ปัจจุบันมีพี่น้องมาร่วมนมัสการมากกว่า 20 คน
ค.ศ. 2001 ในหว่างปี ค.ศ.2001 ได้ยุติการทำพันธกิจที่บางเขนชุมชนเทวสุนทร เพราะเห็นว่าการทำงานเติบโตยาก จึงได้มุ่งเป้าไปทางภาคอีสาน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย วันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2002 ได้มีพิธีนมัสการขอบพระคุณพระเจ้าเปิดสถานที่หมัสการแห่งใหม่นี้อย่างเป็นทางการ มีคศ.จำรูญศรี นารัตน์และคศ.อิสริยา สังสิมมา ประจำการอยู่ที่นั่น เวลาผ่านไปรวดเร็ว 3 ปีแห่งการรับใช้ในต่างแดนก็ครบวาระแล้ว คริสตจักรชาวไทยนิวยอร์คขอต่ออายุงาน ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน 2 ปี แต่ท่านไม่ได้รับปาก ท่านปรารถนาจะกลับมาเกษียณอายุที่เมืองไทย เมื่อคริสตจักรรับทราบคณะธรรมกิจจึงประชุมกันและมีมติให้เรียนเชิญศาสนาจารย์ทั้งสองท่านกลับมาร่วม รับใช้ เพราะทางคริสตจักรมีความต้องการผู้รับใช้พระเจ้าอาวุโสเพื่อช่วยเลี้ยงดูจิตวิญญาณของสมาชิก และช่วยเทศนาเป็นภาษาจีน แปลเทศนาเป็นภาษาจีนและช่วยดูแลในงานต่างๆ ที่ศิษยาภิบาลมอบหมายให้ อาจารย์ทั้งสองท่านรับปากที่จะกลับมาร่วมรับใช้ ซึ่งนำความปิติยินดีมาสู่พี่น้องสมาชิกเป็นอย่างมาก นี่เป็นพระคุณของพระเจ้าที่พระองค์รักคริสตจักรของเรามาตลอด
ค.ศ. 2002 ค.ศ.2002 คริสตจักรคลองเตยมีศจ.เกศรินทร์ งามขำ เป็นศิษยาภิบาล มีศจ.โยนาและศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน เป็นศาสนาจารย์อาวุโส มีครูเสกสรรค์ ทะนันตาและครูอุบล อัคนีกูล เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาล คริสตจักรมีเป้าหมาย เสริมสร้างภายใน เลี้ยงดู เกื้อหนุนจิตวิญญาณพี่น้องสมาชิกทำการประกาศ เผยแพร่พระกิตติคุณสำหรับคนภายนอก มีงานสงเคราะห์ให้ความช่วยเหลือแม่ม่าย ลูกกำพร้า สำหรับภายใน และให้ทุนการศึกษาจากคอมแพสชั่นสำหรับเด็กชุมชน ในเวลาเดียวกันคริสตจักรเป็นที่พึ่งและเป็นที่รับรอง สำหรับผู้รับใช้พระเจ้าเสมอ เมื่อมีปัญหาและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือคณะธรรมกิจและศิษยาภิบาล มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการประกอบพันธกิจ บริการและร่วมรับใช้ทั้งนี้เพื่อเป็นที่ถวายเกียรติแด่ พระเจ้า และเป็นที่ชอบต่อคนทั้งปวง
คติพจน์คริสตจักร
คติพจน์ของคริสตจักรคลองเตย (สุขุมวิท 93)

ค.ศ. 2012
"ร่วมใจอภิบาล"
"จงเลี้ยงดูแกะ...จงดูแลแกะ...จงเลี้ยงแกะของเราเถิด"
ยอห์น 21:15-17
ค.ศ. 2011
"ร่วมใจอภิบาล"
"จงเลี้ยงดูแกะ...จงดูแลแกะ...จงเลี้ยงแกะของเราเถิด"
ยอห์น 21:15-17
สำนักศิษยาภิบาล
คริสตจักรคลองเตย (สุขุมวิท 93)
ศจ.ดร.สุรศักดิ์ กิติเรืองแสง (ที่ปรึกษาคณะธรรมกิจ)
ศจ.บุญยก บุญทา ศิษยาภิบาล
ศจ.วรรณา บุญทา ศิษยาภิบาล งานฝ่ายคริสเตียนศึกษา
ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน (ศาสนาจารย์อาวุโส/ที่ปรึกษา)
ศจ.โยนา วิจักษณ์โยธิน (ศาสนาจารย์อาวุโส/ที่ปรึกษา)
คศ.กำชัย อุทัยแสนปรีดา (ผศบ.งานฝ่ายอนุชน-ยุวชน ครูใกล้บ้าน/พันธกิจฟุตบอล/CCH.)
คศ.พัชราภรณ์ อุทัยแสนปรีดา (ผศบ.งานฝ่ายอนุชน-ยุวชน ครูใกล้บ้าน )
คศ.สุวิมล ใบบริบาลกุล (มิชชั่นนารีสหรัฐฯ)
คศ.จิรภัทร์ จุณณวัตต์ (พันธกิจเด็ก สภาฯ)
คศ.เด่น วิจักษณ์โยธิน (พันธกิจ ครู BIT)
คริสตจักรโนนดินแดง
อศจ.อานุภาพ ซือมือ
คศ.ศิริวิภา เศวตตระกูลชัย
คศ.อภิญญา พันธกิจรุ่งโรจน์
คริสตจักรบางบัวทอง
คศ.ทรงเกียรติ ธนามี ศาลาธรรมคลองเตย
  ศาลาธรรมพรพระคริสต์ (โพนพิสัย)
อศจ.จำรูญศรี นารัตน์ คริสตจักรกิตติคุณขอนแก่น
อ.ผ่องศรี แววนา คริสตจักรบ่อน้ำกิตติคุณ
อศจ.สุรพันธ์ พุ่มพวง ศาลาธรรมป้อมพระจุล
คศ.สมศักดิ์ สืบสานธรรม จุดประกาศบางโคล่
คศ.คริสตชน รุ่งเรือง
บุคลากรคริสตจักร
คณะธรรมกิจ ประธาน ผป.พิริยะ วิเศษจินดา รองประธาน ผป.เจตน์ ปรัชญาวาทิน เลขาฯ ผป.ประเสริฐ ปรัชญาวาทิน เหรัญญิก ผป.วราวุฒิ ธรเสถียร คณะธรรมกิจทุกท่านแบ่งความรับผิดชอบใน
คณะกรรมการชุดต่างๆ ดังนี้
1. คณะกรรมการเลขานุการคณะธรรมกิจคริสตจักร ผป.ประเสริฐ ปรัชญาวาทิน
มน.ฉันทนา ลีลานุชกูล
2. คณะกรรมการการเงินและการบัญชี ผป.วราวุฒิ ธรเสถียร
มน.กรานต์ ปรัชญาวาทิน
มน.ฉันทนา ลีลานุชกูล
3. คณะกรรมการบุคลากรและผู้รับใช้พระเจ้า ผป.พิริยะ วิเศษจินดา
ผป.พงษ์ศักดิ์ เอกสรัณย์ชัย
มน.สุทธิพร อัจฉรารัตนโสภณ
4. คณะกรรมการการศึกษา ผป.ลาวัณย์ วิไลรัตนสุวรรณ
มน.สุภา อุปมานรเศรษฐ์
5. คณะกรรมการทรัพย์สิน มน.ศุภกิจ ตวงจารุวินัย
มน.วชิระพร อัจฉรารัตนโสภณ
6. คณะกรรมการสมาชิกสัมพันธ์และสุสาน ผป.ประทีป เอกวงศ์ศุภศาล
มน.สุชาย บุญกล่อมจิตร
7. คณะกรรมการงานคริสเตียนศึกษา ผป.วนิดา เตรัตนชัย
มน.พงษ์ศักดิ์ บุญกล่อมจิตร
8. คณะกรรมการนมัสการและดนตรี ผป.เจตน์ ปรัชญาวาทิน
มน.กีรติ ปรัชญาวาทิน
9. คณะกรรมการสามัคคีธรรมและเสริมสร้างครอบครัว ผป.สมพงษ์ บุญกล่อมจิตร
มน.เอกกมล เอกศรัณย์ชัย
10. คณะกรรมการเสริมสร้างจิตวิญญาณและการรับใช้พระเจ้า ผป.ซูเหรียญ คิ้วพอจิต
มน.ขนิษฐา ช่างกลึงเหมาะ
11. คณะกรรมการการประกาศและเผยแพร่พระกิตติคุณ ผป.พงษ์ศักดิ์ เอกศรัณย์ชัย
มน.เชวง อัจฉรารัตนโสภณ
มน.สุรเชษฐ วรพันธนายุต
12. คณะกรรมการมูลนิธิ ประธาน ผป.พิริยะ วิเศษจินดา
รองประธาน ผป.เจตน์ ปรัชญาวาทิน
เลขานุการ ผป.ประเสริฐ ปรัชญาวาทิน
เหรัญญิก ผป.วราวุฒิ ธรเสถียร
กรรมการ ให้กรรมการโดยตำแหน่งทั้ง 4 ท่านเป็นผู้คัดเลือก
หมายเหตุ กรรมการสมทบให้แต่ละคณะกรรมการพิจารณาหาจากสมาชิกได้ตามความเหมาะสม
หน่วยงานในกรุงเทพหมานคร
คริสตจักรคลองเตย (สุขุมวิท 93)
สถานรับเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรนส์เฮาส์ (สุขุมวิท 93)
ที่อยู่141 ซอยพึ่งมี 9 (พึ่งพระธรรม) ถนนสุขุมวิท 93 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทรศัพท์02-332-4257, 02-332-9147-9
โทรสาร02-332-4289
e-mailphratham@yahoo.com
 
อาจารย์ประจำ ศจ.บุญยก บุญทา
ศจ.วรรณา บุญทา
ศจ.เกศรินทร์ สมิท
คศ.มัทรี สิริชนะพร
คศ.กำชัย อุทัยแสนปรีดา
คศ.พัชราภรณ์ อุทัยแสนปรีดา
 
แผนที่คริสตจักร


ศาลาธรรมคลองเตย (พระรามสี่)
สถานเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรน'ส เฮ้าส์ (พระราม4)
ที่อยู่2291/5-9 ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์02-250-1649
โทรสาร02-250-1650
e-mailphratham@yahoo.com
 
อาจารย์ประจำ ศจ.บุญยก บุญทา
คศ.พันธกร ก้านเกษ
 
แผนที่คริสตจักร


คริสตจักรบ่อน้ำกิตติคุณ
ที่อยู่70-72 ซอยอ่อนนุช 27 ถนนสุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์085-071-4390, 02-742-3785
โทรสาร
e-mailpastorgongt@yahoo.com
 
อาจารย์ประจำ ศจ.สุรพันธ์ พุ่มพวง
 
แผนที่คริสตจักร


ศาลาธรรมบางโคล่
ที่อยู่552/168-169 ซอยวัดไผ่เงิน ถนนจันทน์ บางโคล่ บางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์084-070-7336, 02-673-2317
โทรสาร
e-mail
websitewww.bangkhlochurch.org
 
อาจารย์ประจำ คศ.คริสตชน รุ่งเรือง
 
แผนที่คริสตจักร


หน่วยงานในหนองคาย
คริสตจักรพรพระคริสต์ (โพนพิสัย)
ที่อยู่166 หมู่ที่ 2 ถนนบ้านดอนกลาง ตำบลชุมช้าง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 43120
โทรศัพท์081-059-9353
โทรสาร
e-mail
 
อาจารย์ประจำ ศจ.จำรูญศรี นารัตน์
 
แผนที่คริสตจักร


หน่วยงานในบุรีรัมย์
คริสตจักรโนนดินแดง
ที่อยู่253-4 หมู่ที่ 5 ถนนราชดำเนิน ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ 31260
โทรศัพท์04-460-6395 ,04-466-6436, 086-248-6642
โทรสาร
e-mail
 
อาจารย์ประจำ อศจ.อานุภาพ ซือมือ
คศ.ศิริวิภา เสวตตระกูลชัย
 
แผนที่คริสตจักร


หน่วยงานในขอนแก่น
คริสตจักรกิตติคุณขอนแก่น
ที่อยู่130 หมู่ที่ 21 ซอยมิตรภาพ15 ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อำเภอเมือง จ.ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์04-334-8012 ,04-334-8012
โทรสาร04-334-8012
e-mailkittikun_church@hotmail.com
 
อาจารย์ประจำ อ.ผ่องศรี แววนา
 
แผนที่คริสตจักร


หน่วยงานในสมุทรปราการ
ศาลาธรรมป้อมพระจุล
ที่อยู่276/72 หมู่ที่ 1 ถ.สุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 10290
โทรศัพท์087-179-7722 , 02-819-5551
โทรสาร
e-mailsuepsantham@hotmail.com
 
อาจารย์ประจำ คศ.สมศักดิ์ สืบสานธรรม
 
แผนที่คริสตจักร


สถานรับเลี้ยงเด็ก
พันธกิจ พันธกิจของสถานรับเลี้ยงเด็กจัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายว่า ดูแลเด็กๆ อายุตั้งแต่ 1.6 – 6 ปี ให้มีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย ซึ่งเป็นการรับใช้และบริการสังคม ช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวที่มีปัญหาทางการเงิน เด็กๆ จะเรียนรู้เรื่องของพระเจ้าผ่านทางหลักสูตรมอนเตสซอรี่คริสเตียน นี่คือจุดเริ่มแรกของพันธกิจนี้ แต่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ยิ่งใหญ่กว่านั้น ดังนั้นจึงมีชั่วโมงจริยคริสเตียน การอธิษฐาน การร้องเพลง ที่มีเนื้อหาเรื่องราวของพระเจ้า การนมัสการรวมของเด็กๆ และการสอดแทรกการแบ่งปันพระพรให้กับผู้ปกครองเด็กๆ ได้เข้าฟังช่วงที่มีกิจกรรมพิเศษต่างๆ เราหวังว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการหว่านเมล็ดแห่งพระวิญญาณ และเมื่อวันหนึ่งเขาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อได้ยินเรื่องราวของพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง เขาจะกลับมาหาพระองค์ และในปี 2007 ที่ผ่านมาได้มีเด็กที่เพิ่งจบชั้นอนุบาล 3 คนหนึ่งได้สอบติดที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ผู้ปกครองได้พาเด็กกลับมาเยี่ยมและกล่าวว่า ลูกชายบอกว่าจะขอเป็นคริสเตียน ผู้ปกครองยินดีที่จะให้ลูกรู้จักกับพระเจ้าทางเราจึงได้เชิญชวนให้เด็กมาเข้าเรียนรวีในวันอาทิตย์ และเข้ากลุ่มลูกแกะน้อยของทางโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ทุกวันนี้เด็กคนนี้ได้เติบโตในคริสตจักร รวมทั้งพาพี่ชายและน้องสาวมาเรียนอยู่ในชั้นเรียนรวี ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ประทานนิมิตให้เราเห็นว่าจะต้องให้เด็กๆ ได้กลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องในคริสตจักร โดยให้กลับเข้ามาเรียนในกลุ่มครูข้างบ้านและเข้าเรียนรวีในวันอาทิตย์ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้ผู้รับใช้ได้ลงมาช่วยดูแล นอกจากนี้ยังมี ศจ.สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ที่ช่วยเปิดสอนชั้นเรียนภาษาจีนในเช้าวันอาทิตย์ ทำให้เราได้เห็นว่ามีเด็กๆ จำนวนมากขึ้นที่กลับมาเติบโต และมีส่วนร่วมงานในคริสตจักรมากขึ้น และสำหรับตัวผู้ปกครองเราก็จะต้องทำการประกาศมากขึ้น เพราะเราคณะครูและผู้รับใช้ต่างก็มีความเชื่อว่า การเข้ามาเรียนของเด็กๆ เหล่านั้น พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้กับเรา ดังนั้นพันธกิจการออกเยี่ยมเยียนตามบ้านของเด็ก จึงเป็นโครงการที่เราจะเริ่มทำให้จริงจังมากขึ้น โดยการเข้าไปพูดคุยทักทาย หนุนใจ อธิษฐาน การเปิดเผยเรื่องราวของพระเจ้าเป็นการส่วนตัวกับผู้ปกครองของเด็ก ซึ่งเป็นพระบัญชาของพระเจ้าในพระธรรม มัทธิว 28:19-20 "เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" ด้วยเหตุนี้พันธกิจ สถานรับเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรน'ส เฮ้าส์ (Christian Children's House) จึงได้ดำเนินต่อมาเพื่อสานต่อการเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณของคนอีกหลายคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เพื่อให้รู้จักองค์พระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยของเรา งานของเราคือกระทำตามน้ำพระทัยและพระมหาบัญชาของพระองค์ ขอพระเกียรติจงเป็นของพระเจ้าสูงสุดเพียงพระองค์เดียว สถานรับเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรน'ส เฮ้าส์ ได้มีขึ้นตั้งแต่คริสตจักรยังตั้งอยู่ที่พระราม 4 โดยมีชื่อว่า "สถานรับเลี้ยงเด็กคลองเตยเนอสเซอรี่" จนเมื่อคริสตจักรได้ย้ายมาตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 93 หลังจากที่ตัวคริสตจักรได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ สถานรับเลี้ยงเด็กของคริสตจักรใหม่นี้ จึงได้เกิดขึ้นโดยท่านศาสนาจารย์สุพิชญ์ วิจักษณ์โยธิน ซึ่งเป็นศิษยาภิบาลอยู่ในขณะนั้นได้เป็นผู้ริเริ่มโดยส่งบุคลากรเข้าอบรมหลักสูตรมอนเตสซอรี่ ที่ YMCA และได้ตั้งชื่อใหม่เป็น "สถานรับเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรน'ส เฮ้าส์ สุขุมวิท 93" (Christian Children's House Sukhumvit 93) จนถึงทุกวันนี้ และได้เริ่มเปิดทำการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1996 ซึ่งมีเด็กเข้ามาเรียนเพียง 1 คน จนมาถึงปัจจุบันนี้เดือนมกราคม ปี 2012 มีเด็กที่กำลังเรียนอยู่ 85 คน ถ้าจะนับเด็กที่จบการศึกษา เด็กที่ลาออกไป และเด็กที่เรียนอยู่ รวมแล้วมีเด็กเข้ามาสู่สถานรับเลี้ยงเด็กของเราทั้งหมด 466 คน ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กคลองเตยเนอสเซอรี่ ก็ยังเปิดทำการอยู่ ณ สถานที่เดิม และยังได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สถานรับเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรน'ส เฮ้าส์ พระราม 4" (Christian Children's House Pharama 4) เช่นกัน เมื่อเดือนเมษายน ปี 2011 ที่ผ่านมาทางทรัพย์สินขอเวนคืนที่ดิน ทำให้สถานรับเลี้ยงเด็กที่นั่นมีปัญหาเรื่องของสถานที่ แต่พระเจ้าก็ทรงได้จัดเตรียมและประทานสถานที่ที่ดีกว่าเดิมและได้เปิดทำการเมื่อเดือนมกราคม ปี 2012 เพื่อทำพันธกิจเลี้ยงดูและดูแลเด็กๆ ในชุมชนนั้นต่อไป
สุสานเปี่ยมสุข
ระเบียบการใช้สุสานเปี่ยมสุข Download ระเบียบการใช้สุสานเปี่ยมสุข แบบฟอร์มการจองที่สุสานฯ Download แบบฟอร์มการจองที่สุสานฯ แผนที่ไปสุสานเปี่ยมสุข รูปแบบสุสานเปี่ยมสุข รูปสถานที่สุสาน
คอมเพรสชั่น
Under Construction
งานมิชชั่น
Page 1 2 3 คริสตจักรในเครือ จากพระคริสตธรรม มัทธิว 28:19-20 เป็นพระมหาบัญชาของพระเยซูว่า "เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" อดีตแห่งพระพร ให้เราช่วยกันยกนิ้วมานับพระพรซิว่าคริสตจักรคลองเตยได้รับพระพรมากมายแค่ไหน ตั้งแต่พระเจ้าทรงสถาปนาให้เป็นคริสตจักรคลองเตยในปี ค.ศ.1982 ถึงปี ค.ศ. 2012 เห็นไหมว่ามันมากมายจริงๆ นี่ก็เป็นการครอบรอบ 30 ปี ยังจำได้ว่า เรามีผู้มอบมรดกแห่งความเชื่อจากบรรพบุรุษในยุคแรกต่อยุคที่สองไม่ว่าจะเป็น ผป.วรพล วรพันธนายุต ผป.โซโลมอน อัจฉรารัตนโสภณ ผป.จุมพล ศรีทวีพร จนกระทั่ง ผป.เตียเอกซัว เราเป็นผู้รับมรดกแห่งความเชื่อต้องสานต่อ เรื่องความเชื่อ และการประกาศ พันธกิจมิชชั่น ไม่อยากโม้มาก เพราะก็มีบอกอย่างละเอียดแล้วในหนังสืออนุสรณ์ 20 ปี แต่จะบอกเพิ่มอีกหน่อยก็ได้ ในช่วง 20 ปีแรก ได้มีการขยายคริสตจักรลูก 4 แห่ง เริ่มจากคริสตจักรโนนดินแดง ศาลาธรรมคลองเตย (พระราม4) คริสตจักรบางบัวทอง ศาลาธรรมพรพระคริสต์ ครั้งนี้ฉลอง 30 ปี เวลาผ่านมา อีก 10 ปี พระเจ้าใช้คริสตจักรคลองเตยอย่างมโหฬารโดยการขยายแผ่นดินของพระเจ้าได้ถูกสานต่อ เริ่มจากคริสตจักรกิตติคุณขอนแก่น คริสตจักรบ่อน้ำกิตติคุณ ศาลาธรรมป้อมพระจุล ศาลาธรรมบางโคล่ คริสตจักรโนนดินแดง คริสตจักรโนนดินแดง เริ่มต้นปี 1992 คริสตจักรแห่งนี้ได้รับการพัฒนามาโดยตลอดจากสถานที่เช่าแห่งแรก ในเนื้อที่ 200 ตรว. ซึ่งที่แห่งนั้นก่อนที่เราได้เช่า มีคนลือกันว่า เป็นบ้านที่มีวิญญาณชั่วอยู่ เสาไม้ที่เป็นเสาของบ้านก็มีน้ำมันไหลออกมาอยู่เนืองๆ ซึ่งเราเองก็ไม่ทราบมาก่อน จนเราไปเช่าที่แห่งนั้นถึงได้รู้ แต่ก็ไม่เคยเจออะไรอย่างนั้น ได้ยินจากชาวบ้านว่า เออ แปลกนะ ตั้งแต่เป็น โบสถ์คริสต์ ไม่เห็นมีอะไรๆ อย่างที่เคยเห็นเลย พอเราได้ยินก็ได้แต่นั่งหัวเราะ ใช่ซิก็เราลูกพระเจ้า วิญญาณชั่วจะไม่มีส่วนในพันธกิจของพระเจ้าเลย คริสตจักรดำเนินมาจนปี 2003 มีเสียงสมาชิกที่โบสถ์คลองเตยว่า คริสตจักรนี้ไม่โตสักที โบสถ์แม่ต้องคอยช่วยอยู่ตลอด ผป.เอนก อนุชิราชีวะ ก็ไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากสมาชิก 90% เป็นคนยากจน มีนโยบายการเสริมอาชีพ จัดกองทุนเงินยืมโดยไม่มีดอกเบี้ยเพื่อให้สมาชิกไปตั้งตนสร้างอาชีพ มีการซื้อที่ดินจำนวน 4 ไร่ เพื่อเพาะปลูกเป็นรายได้ของคริสตจักรอีกทาง และยังสร้างโครงการร่วมกับ มูลนิธิดรุณาทร (Compassion) เป็นสื่อในการประกาศกับเด็กด้อยโอกาส แต่ไม่มีสถานที่ ก็ได้พัฒนาโดยได้ทำการซื้อที่ดิน 1 ไร่ เพื่อลองรับพันธกิจ Compassion และได้สร้างอาคารเอนกประสงค์อีกด้วย ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ โบสถ์แห่งนี้ยังไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างเต็มตัว แต่เชื่อแน่ว่า ในอนาคตไม่ไกลนี้ จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ 100% อย่างแน่นอน ขอพระเจ้าโปรดอวยพรคริสตจักรของพระองค์ ศาลาธรรมคลองเตย (พระราม4) ศาลาธรรมคลองเตย (พระราม4) เริ่มขึ้นในปี 1995 เกิดจากการย้ายคริสตจักรแม่ไปที่ซอยสุขุมวิท 93 ในระหว่างนั้นมีการฟ้องร้องจากสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นที่โจษจันในบริเวณโดยรอบถูกรื้อทิ้ง เหลือแต่อาคารโบสถ์เท่านั้น บางคนก็ว่าเราดื้อ แต่เหตุผลของเราไม่ใช่ดื้อเพื่อให้ได้ทรัพย์สิน แต่พวกเราดื้อเพื่อพระกิตติคุณที่ได้ทุ่มลงไปนับหลายสิบปี ในที่สุดพระเจ้าทรงให้คลองเตยแพ้คดี ต้องรื้อถอนโดยเร็ว แต่ในความลำบากก็มีพระคุณซ่อนไว้ จากการเจรจา ทางสำนักทรัพย์สิน ยินยอมให้ทางคริสตจักรคลองเตยทำสัญญาอาคารพานิชย์ 2 ห้อง เป็นเวลา 19 ปี ในกลางปี 2011 จากความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายดีขึ้นเป็นลำดับ จึงได้รับมอบเงินสนับสนุนพันธกิจของคริสตจักรคลองเตย เป็นเงิน 165,000.00 บาท แต่จากเนื้อที่ใกล้ร้านขายแก๊ส เป็นปัญญาทำให้คริสตจักรไม่สามารถทำพันธกิจ เนอสเซอร์รี่ ได้ โดยการเจรจาของ ผป.พิริยะ วิเศษจินดา กับทางทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงมอบห้องให้อีก1ห้องเพื่อทำพันธกิจ เนอสเซอร์รี่ ยิ่งไปกว่านั้นคริสตจักรยังได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาเด็กในชุมชนที่ด้อยโอกาส ร่วมกับโรงงานยาสูบ และ สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในโครงการระยะสั้น (สร้างทีมฟุตบอลชุมชน) และ โครงการระยะยาว เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากที่เราได้ประกาศข่าวประเสริฐเป็นเวลานานและมีผู้สนับสนุนที่ดี เราจะได้เก็บเกี่ยวผลแห่งความชื่นชม ดวงวิญญาณจำนวนมากเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้าผู้สูงสุด
งานมิชชั่น
Page 1 2 3 คริสตจักรบางบัวทอง คริสตจักรบางบัวทอง เริ่มต้นในปี 1999 โดยความมุ่งมั่นของมวลสมาชิกเห็นว่า สถานนมัสการยังเป็นอาคารที่ต้องเช่า น่าจะมีที่ดินของคริสตจักรเองสมาชิกร่วมกันตั้งหน้าตั้งตาตั้งใจถวายเงินสะสม จนสามารถซื้อที่ดิน 80 ตร.ว. และสามารถสร้างอาคาร โบสถ์ 3 ชั้น จนแล้วเสร็จ ซึ่งมีกำหนดการถวายอาคาร ในวันที่ 16 ตุลาคม 2011 แต่ก็ต้องเลื่อนเปิดเพราะในวันเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งน้ำเหนือกำลังไล่ท่วมมาถึงอำเภอบางบัวทอง ทางการก็พยายามกั้นน้ำไว้ แต่แนวโน้มจะท่วม อำเภอบางบัวทองสูงมาก จึงเลื่อนการถวายพระวิหารออกไปอย่างไม่มีกำหนด ต่อมาไม่กี่วัน ได้รับข่าวว่า อำเภอบางบัวทอง น้ำทะลักท่วมอย่างหนัก แต่ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า "สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน และสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค" ความยากลำบากจากน้ำท่วมอย่างแสนสาหัส เป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่ออกไป โดยคริสตจักรบางบัวทองเป็นแหล่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการเยียวยาหลังน้ำท่วม รวมกับคริสตจักรคลองเตย(สุขุมวิท93) คริสตจักรแม่ และสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยจนเป็นที่รู้จักในสถานที่ราชการ และประชาชนทั่วไป จากวิกฤต พระเจ้าทรงเปลี่ยนให้เป็นโอกาสทำให้คริสตจักรบางบัวทอง สามารถพัฒนาการประกาศได้อย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น เก็บเกี่ยวได้มากขึ้น จากโอกาสนี้เชื่อแน่ว่าพระเจ้าจะขยายอาณาจักรของพระเจ้าให้กว้างออกไปจนเต็มพื้นที่อำเภอบางบัวทอง เต็มจังหวัดนนทบุรี ขอขอบคุณพระเจ้า คริสตจักรกิตติคุณขอนแก่น คริสตจักรกิตติคุณขอนแก่นเป็นการรวมตัวของคริสตชนกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการสถานนมัสการ และสังกัด จึงได้ทำการปรึกษากัน ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะจัดตั้งคริสตจักรใหม่ในอำเภอเมืองขอนแก่นที่มีคริสตจักรอยู่มาก แต่ได้รับการหนุนใจจาก อาจารย์นิกร สิทธิจริยาภรณ์ ว่า ขนาดวัดยังอยู่ติดๆ กันตั้งเยอะ แล้วทำไมคริสตจักรจะอยู่ติดๆ กันเยอะๆไม่ได้ ยิ่งเยอะสิยิ่งดี จึงได้ทำการสำรวจและได้รับการแต่งตั้งเป็นศาลาธรรมอย่างรวดเร็วในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2005 จากนั้นอีกสองปีเศษ พระเจ้าทรงเทพระพรโดยประทานที่ดินแปลงใหม่ให้อย่างอัศจรรย์ โดย คุณสมใจ อนุชิราชีวะ เป็นผู้ถวายเงินครบจำนวนค่าที่ดิน ส่วนการก่อสร้าง ก็ได้รับการถวายจนได้รับการสถาปนาเป็นคริสตจักรในพื้นที่ 1 ไร่ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2007 เท่านั้นยังไม่พอ การขยายคริสตจักรหลานอีกสองแห่งก็ปรากฏขึ้น คือ บ้านป่าหม้อ อ.พระยืน และ บ้านพังทุย อำเภอน้ำพอง น่าตื่นเต้นไหมล่ะที่เห็นแผ่นดินของพระเจ้ากำลังขยาย ขยาย ขยายต่อไป ดีใจล้ายหลายเด้อ คริสตจักรพรพระคริสต์ สำหรับที่นี่ ยังจำได้เหมือนวันวานที่เพิ่งผ่านมาสักแปบ ตอนเริ่มใหม่ๆ นะ มน.ประทีป เอกวงศ์ศุภศาล และ มน.พงษ์ศักดิ์ เอกศรัณย์ชัย(ในสมัยนั้น) ได้บุกเบิกตรวจตลาด สแกนสถานที่ว่าจะเอาเป็นที่ดินหรือบ้าน อันไหนเหมาะกว่าที่จะเปิดโบสถ์ ดูตลาดก็แล้ว ที่ชุมชนก็แล้ว มาจบลงที่บ้านพักหลังหนึ่ง มีพื้นที่กว้างมาก บ้านพักสองชั้นสวยงาม ให้เช่าเพียง 3000 บาทต่อเดือน ปักหลักเลย ข่าวประเสริฐก็เริ่มแพร่ขยายนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ในระหว่างนั้นมีผู้เชื่อที่รับเชื่อจากประเทศเกาหลี คือคุณน้อยได้กลับมาเมืองไทยและเดินหาโบสถ์นมัสการพระเจ้าจนได้พบ ศาลาธรรมพรพระคริสต์ คุณน้อยมีความเชื่ออย่างมาก ประกาศกับพี่น้อง และพ่อแม่ จนทั้งครอบครัวมาเป็นคริสเตียน โดยความเชื่อของคุณแม่คุณน้อยที่ชื่ออุดมนั้น จึงตั้งใจถวายที่ดินจำนวน 1 ไร่ ให้เป็นที่สร้างคริสตจักร แต่เป็นที่ดินที่ไกลชุมชน น้ำ-ไฟ ของหลวงยังไปไม่ถึง แต่ความมุ่งมั่นและความเชื่ออย่างมาก ของ ผป.สุรพล เจียรกิตติมศักดิ์ ก็ได้บุกเบิกขอถวายสร้างอาคารเป็นสถานนมัสการจนแล้วเสร็จ การรอคอยปีแล้วปีเล่า ว่าไฟฟ้าเมื่อไรจะมาสักที ในความหวังว่าพระเจ้าจะทรงนำให้มีไฟฟ้า จนวันที่ 23 ธันวาคม 2011 พระเจ้าทรงประทานของขวัญคริสตมาสให้ โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาทำการต่อไฟให้เรียบร้อย คริสตจักรจึงสว่างไสวเหมือนพระกิตติคุณที่กำลังส่องสว่าง
งานมิชชั่น
Page 1 2 3 ศาลาธรรมป้อมพระจุล ศาลาธรรมป้อมพระจุล เป็นอีกแห่งที่พระเจ้าประทานให้ในปลายปี 2008 มีวันหนึ่ง ผป.เอนก อนุชิราชีวะ กวักมือเรียกมานี่ๆ ผมมีเรื่องปรึกษา ผมมีบ้านอาคารพาณิชย์ขายให้ มน.ประเสริฐ อนุชิราชีวะ ท่านบอกว่าซื้อแล้วไม่รู้จะทำอะไรดี เอาอย่างนี้ดีไหม ก็ถวายให้ คจ.คลองเตย ทำศาลาธรรมก็แล้วกัน ให้ลองนำความคิดนี้ไปเสนอธรรมกิจดูทางคริสตจักคลองเตย(สุขุมวิท93) ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทางคณะธรรมกิจจึงมีมติขอสำรวจ และมีมติตามมาว่ารับการถวายและจัดตั้งศาลาธรรมป้อมพระจุล ในวันที่ 15 มีนาคม 2009 โดยมี อ.สมศักดิ์ สืบสานธรรมเป็นผู้รับใช้ จนปัจจุบันนี้ คริสตจักรบ่อน้ำกิตติคุณ คริสตจักรบ่อน้ำกิตติคุณเริ่มจากกลุ่มคริสเตียนบ้านบ่อน้ำเริ่มเปิดนมัสการครั้งแรกบ่ายวันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2005 ต่อมาเมื่อมีผู้เชื่อมากขึ้น จึงเปลี่ยนเวลานมัสการเป็นภาคเช้าตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา วันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 2006 คริสตจักร ภาค 7 มีมติรับกลุ่มคริสเตียนบ้านบ่อน้ำเป็นสมาชิกของคริสตจักรภาค 7 โดยคริสตจักรแห่งนี้อยู่ในเครือของคริสตจักรคลองเตย(สุขุมวิท93) วันที่ 28 มกราคม ค.ศ.2007 ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาลาธรรมโดยได้ใช้ชื่อว่า "ศาลาธรรมบ่อน้ำกิตติคุณ" (The Well of Gospel Church) ความสัมพันธ์ระหว่างศาลาธรรมบ่อน้ำกิตติคุณ กับคริสตจักรคลองเตยยิ่งนับวันยิ่งแนบแน่นใกล้ชิดจนได้พัฒนาความสัมพันธ์ เป็นคริสตจักรลูกแห่งหนึ่งในเครือคริสตจักรคลองเตย และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินงานคริสตจักรภาค 7 ได้มีมติให้สถาปนาศาลาธรรมบ่อน้ำกิตติคุณ เป็นคริสตจักรบ่อน้ำกิตติคุณ ในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2009 เวลา 15.00 น. ศาลาธรรมบางโคล่ ศาลาธรรมบางโคล่ เกิดขึ้นโดยนิมิตของผู้รับใช้ คือ คศ.คริสตชน รุ่งเรือง ที่ต้องการบุกเบิกคริสตจักรใหม่ โดยความเชื่อของท่านจึงออกมาเดินเรื่องเองเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2009 ใช้สถานที่ในซอยตระกูลโต๋ว เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 1 คูหา โดยมี คศ.คริสตชน รุ่งเรือง และครอบครัวพร้อมกับนักศึกษาฝึกงาน 2 คน ร่วมกันทำงานประกาศ เมื่อผ่านไปได้ 3 เดือนทางศาลาธรรมได้ย้ายสถานที่นมัสการจากซอยตระกูลโต๋ว มาที่ซอยวัดไผ่เงิน ซึ่งที่นี่มีสถานที่กว้างกว่าที่เดิม เป็นอาคาร 2 คูหา 2 ชั้น โดยนิมิตนำเอาคริสตจักรเป็นแสงสว่างส่องเข้าไปอยู่ท่ามกลางชุมชนที่ไม่เชื่อแต่จะสังกัดกับที่ไหนดี ก็ได้ ศจ.บุญยก บุญทา ที่ขณะนั้นประจำอยู่ที่ คจ.บางบัวทอง แนะให้มาที่คลองเตย แล้วก็ได้แนะนำให้รู้จักกับ ผป.พงษ์ศักดิ์ เอกศรัณย์ชัย จึงได้นำเรื่องการบุกเบิกคริสตจักรเข้าคณะธรรมกิจคริสตจักรคลองเตย ในเวลาไม่นานจึงได้รับเข้ามาเป็นคริสตจักรลูกอีกแห่งหนึ่ง แล้วก็ได้เริ่มนมัสการร่วมกันกับคริสตจักรคลองเตยครั้งแรก วันที่ 29 พฤศจิกายน 2009 และได้รับแต่งตั้งเป็นศาลาธรรมของภาค 7 ในวันที่ 26 กันยายน 2010 ซึ่งตามนิมิต คศ.คริสตชน รุ่งเรือง พยายามทำงานหาเงินเพื่อทำพันธกิจตามแนวทาง ของ อ.เปาโล ในพระคัมภีร์ ซึ่งธรรมกิจคริสตจักรคลองเตยก็ได้ให้เข้าสังกัดและเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล พันธกิจก็เริ่มโดยการทรงนำของพระเจ้า เวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ทางคริสตจักรก็เห็นว่า คศ.คริสตชน รุ่งเรือง ต้องเหนื่อยมาก ไหนจะทำงาน ไหนจะต้องประกาศ ไหนจะต้องดูแลครอบครัว จำได้ว่า ผป.สุรพล เจียรกิตติมศักดิ์ ได้เข้าไปช่วยปรับปรุงสถานที่ และชวนให้มาอยู่คลองเตย ไม่ต้องทำงาน จะได้ทำการประกาศอย่างเดียว ไม่ต้องเหนื่อยหลายอย่าง จึงมีการปรับแผนมาทีละขั้นทีละตอนจนเป็นคริสตจักรลูกของคริสตจักรคลองเตย ซึ่งท่านเองก็ทุ่มเททำการประกาศในย่านบางโคล่
คณะบุรุษ
กลุ่มบุรุษคริสตจักรคลองเตย(สุขุมวิท93) กลุ่มบุรุษ คริสตจักรคลองเตย เริ่มมาจากสมาชิกที่มีใจรับใช้และเป็นกำลังสำคัญมาแต่เป็นอนุชนในอดีต โดยรับใช้ในคริสตจักรมาต่อเนื่องจนปัจจุบัน เน้นการสามัคคีธรรม และร่วมทำงานต่างๆ เท่าที่มีในคริสตจักร เช่น การประกาศในวาระต่างๆ การสนับสนุนเปิดคริสตจักรลูก การทำงานร่วมกับคริสตจักรในภาค 7 ฯลฯ ในหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มบุรุษ มีการดำเนินกิจกรรมทำงานร่วมกันกับคริสตจักรอย่างเข้มแข็งเต็มกำลัง ในช่วง 5-6 ปีมานี้ (2006-2012) สมาชิกได้หนุนใจให้เข้าร่วมกลุ่มกันประชุมสามัคคีธรรมและร่วมรับใช้งานคริสตจักรอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าหลายท่านอาจต้องรับหน้าที่หลายตำแหน่งอยู่บ้างก็ตาม ซึ่งบางคนในกลุ่มบุรุษมีภาระความรับผิดชอบไม่เพียงแต่ในคริสตจักรเท่านั้น แต่ยังหาโอกาสไปร่วมรับใช้กับองค์กรอื่นนอกคริสตจักรอีกด้วย เป้าหมายของกลุ่มบุรุษ เสริมสร้างฝ่ายจิตวิญญาณกับสมาชิกในกลุ่ม และหนุนใจให้สมาชิกร่วมกันรับใช้พระเจ้าในคริสตจักร เพื่อดำเนินกิจกรรมสู่เป้าหมายนิมิตปี 2015 ที่คริสตจักรจะเพิ่มพูนสมาชิกให้มีจำนวน 1,000 คน กิจกรรมของกลุ่มบุรุษมีดังนี้
  • ประชุมสามัคคีธรรมในบ่ายวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเดือน
  • ถวายเพลงพิเศษในสัปดาห์ที่สองของเดือนสลับกับกลุ่มสตรี
  • เยี่ยมเยียนคริสตจักรลูกในเครือฯ และคริสตจักรในภาค7
  • เยี่ยมเยียนผู้ป่วย ผู้สูงวัย และพี่น้องสมาชิกในคริสตจักรร่วมกับผู้รับใช้ในวันเสาร์
  • จัดให้มีกิจกรรมสันทนาการนอกสถานที่
  • จัดตั้งกองทุนกลุ่มบุรุษ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนพี่น้องสมาชิกในคริสตจักรที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการประกอบอาชีพโดยได้รับการสนันสนุนจากพี่น้องในคริสตจักรที่สัญญาถวายเป็นประจำทุกปี
  • ร่วมรับใช้งานคริสตจักรตามที่รับมอบหมายจากคณะธรรมกิจ เช่น งานประกาศ (ทันตกรรม), งานวันอีสเตอร์, งานวันดนตรีฯ, งานคริสตมาส, งานพิเศษในวาระต่างๆ
คณะกรรมการกลุ่มบุรุษและที่ปรึกษาปี 2012 มีดังนี้
ที่ปรึกษาผป.พิริยะ วิเศษจินดา,
ผป.พงษ์ศักดิ์ เอกศรัณย์ชัย,
ผป.ชัยชาญ อัจฉรารัตนโสภณ,
อจ. ชำนาญ ชาญตะกั่ว
ที่ปรึกษา/ศาสนกิจศจ. บุญยก บุญทา (ศิษยาภิบาล)
ประธานผป.ซูเหรียญ คิ้วพอจิต
รองประธานผป. จรินทร์ ปรัชญาวาทิน,
คุณสันทัด ซีจันทรา
ศาสนกิจคุณสมชัย ลีลานุชกุล
ดนตรีคศ. เด่น วิจักษณ์โยธิน
ธุรการคุณสมิต ปิยจารุนนท์
เหรัญญิกมน.ศุภกิจ ตวงจารุวินัย
รองเหรัญญิก/เลขาคุณวันชัย ลาภจตุพร
คณะสตรี
รำลึกพันธกิจของคณะสตรีคริสตจักรคลองเตย(สุขุมวิท 93) คณะสตรีได้ถูกก่อร่างสร้างตัวขึ้นในปี ค.ศ.1975 เริ่มนมัสการเดือนละครั้ง ร่วมออกเยี่ยมเยียน ช่วยจัดดอกไม้ไว้บนธรรมาสทุกวันอาทิตย์ และจัดสำหรับพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ มีการซ้อมเพลงเพื่อถวายเสียงสรรเสริญพระเจ้า อีกทั้งรณรงค์สะสมเงินเล็กเงินน้อยเพื่อเป็นกองทุนพันธกิจคริสตจักร และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสตรีภาค 7 คณะสตรีเปรียบเหมือนเป็นพลังเงียบ ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในบ้านและในคริสตจักร พวกเราสตรียกย่องสามีของเราและให้ท่านเป็นทัพหน้าและพวกเราเป็นทัพหลังเป็นกำลังหนุน สตรีเป็นฝ่ายสนับสนุนเสมอ พันธกิจที่รับใช้ในคริสตจักรขอแบ่งเป็นข้อ ๆ ดังนี้ 1. จัดอาหารกลางวันในวันอาทิตย์ หลังนมัสการแล้วพี่น้องสมาชิกจะอยู่รับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อมีโอกาสสนทนาปราศรัยสามัคคีธรรมด้วยความรักบนโต๊ะอาหาร ช่วงแรกกรรมการสตรีจะหมุนเวียนรับผิดชอบช่วยกันทำ จนมาระยะหลังจึงได้มอบให้คุณนันทนา พลอยสุขเป็นผู้ทำทุกอาทิตย์ คุณนันทนา พลอยสุขทำอาหารอร่อยเพราะเธอใส่ความรักของพระเจ้าอยู่ในอาหาร พี่น้องจึงชอบฝีมือเธอมาก การทุ่มเทเสียสละรับใช้ของเธอเป็นเหตุทำให้เธอเองรับพระพร พี่น้องในคริสตจักรก็ได้รับพระพรด้วย 2. จัดดอกไม้ สตรีจะหมุนเวียนกันมาช่วยจัดดอกไม้บนธรรมาส นอกจากนั้นยังช่วยจัดสำหรับศาสนพิธีสำคัญ ๆ เช่น พิธีสถาปนา พิธีมงคลสมรส พิธีไว้อาลัยและอื่น ๆ ในพิธีสมรสยังเป็นผู้ช่วยดูแลขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้อยู่ในระเบียบวาระ เพื่อขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะสวยงามและเรียบร้อย ส่วนในพิธีไว้อาลัย คณะสตรีจะกระตือรือร้นช่วยจัดดอกไม้ จัดอาหารเย็นเพื่อเจ้าภาพและอาหารว่างสำหรับแขกผู้มาร่วมพิธี นอกจากนั้นยังช่วยเตรียมผ้านิรันดร์ซึ่งมีรูปไม้กางเขนเย็บอยู่บนผ้า เพื่อคลุมร่างที่ไร้วิญญาณทำให้ดูสง่างามเรียบร้อยและเป็นที่ปลอบใจของเจ้าภาพ 3. คณะสตรีได้ถวายเสียงสองเดือนครั้ง ฝึกซ้อมเพลงสม่ำเสมอโดยครูรุจิรัตน์ หวังเกียรติขจร (ครูอิ้ง) ผู้ซึ่งเรียนจบดนตรีคริสตจักรจากมหาวิทยาลัยพายัพ แผนกดนตรี คริสตศาสนศาสตร์แมกกิววารี ครูรุจิรัตน์ หวังเกียรติขจรมาช่วยอำนวยเพลงและพาสตรีถวายเสียงสรรเสริญพระเจ้าสม่ำเสมอ 4. สตรีช่วยหาเงินสำหรับค่าอาหารกลางวัน (วันอาทิตย์) อีกทั้งค่าจัดดอกไม้ ค่าสูจิบัตร ในกรณีที่พี่น้องสมาชิกขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับวันพิเศษของตัวเองหรือครอบครัว ส่วนนี้สตรีได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกท่านและใครมาบอกช้าก็ต้องรอคิวปีต่อไป นอกจากเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของคริสตจักรแล้ว สตรียังขยันขายเครื่องดื่ม อาหารว่าง เพื่อเก็บเล็กผสมน้อยไปสู่กองทุน ความที่ต้องเหน็ดเหนื่อยเตรียมขาย ยังต้องเฝ้าร้านจนกว่าจะเสร็จงาน อย่างไรก็ตามก็เป็นความยินดีและความเต็มใจที่จะรับใช้เพื่อถวายพระเจ้าและเป็นพระพรให้กับพี่น้องในคริสตจักร คณะสตรีได้รณรงค์ให้พี่น้องในคริสตจักรช่วยออมทรัพย์คนละ 50 หรือ 100 บาทสม่ำเสมอ แม้จะดูเล็กน้อยแต่หลายคนรวมกันก็จะเป็นเงินจำนวนมากซึ่งเป็นการเตรียมไปขยายพันธกิจคริสตจักรในยามต้องการ 5. ภายในคณะสตรียังได้เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพของครอบครัว เช่น สตรีอาวุโสจะบอกเล่าประสบการณ์และความรู้ให้กับสตรีรุ่นใหม่ในเรื่องดูแลสามี อบรมสั่งสอนลูก จัดการกับตัวเองในเรื่องวัยทองพร้อมทั้งวางแผนอย่างเรื่องความเชื่อ และการอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างซึ่งกันและกัน สรุป จากนี้ไปสตรีต้องก้าวสู่อนาคต เพราะพันธกิจยังมีอีกมากที่รอเราอยู่ สตรียังต้องเป็นกำลังหนุน ต้องมีคุณธรรม มีใจอาสา ทุ่มเท ถ่อมใจร่วมรับใช้กับพี่น้องในคริสตจักรแบบคียงบ่าเคียงไหล่ การที่สตรีมีโอกาสร่วมรับใช้มาจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นพระคุณ ความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า สตรีใคร่ขออธิษฐานว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเก็บข้าพระองค์และใช้ตามพระประสงค์ของพระองค์ให้นานเท่าชีวิต อาเมน"
คณะเปี่ยมสัมพันธ
คณะเปี่ยมสัมพันธ์(อนุชนอาชีพ) กลุ่มเปี่ยมสัมพันธ์เป็นกลุ่มวัยที่ ไม่ยอมแก่ ไม่ยอมที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มสตรี และกลุ่มบุรุษ (กลุ่มปาป๊า-มาม๊าเรานั่นเอง) แต่พวกเราก็แก่เกินกว่าจะร่วมกับน้องๆ อนุชน ยุวชน ได้ เพราะกลุ่มของเราเป็นกลุ่มวัยทำงานแล้ว เป็นช่วงชีวิตที่กำลังตามหาฝัน และทำตามฝันจะไขว่คว้ามาให้ได้ และที่สำคัญวัยของเราเป็นวัยที่จะเริ่มสร้างครอบครัว ทำให้บางคนก็ห่างหายไปจากโบสถ์ และกระจัดกระจายไปทำตามหนทางแห่งฝัน ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราที่สร้างมาในช่วงอนุชน ได้เริ่มห่างๆ กันไป แต่ผู้รับใช้พระเจ้าในคริสตจักรของเราได้หารือปรึกษากัน ที่จะจัดตั้งกลุ่มในช่วงอายุของเราขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า "อนุชนอาชีพ" ในเวลาต่อมา ณ ขณะนั้น อ.เสรี หล่อกัณภัย เป็นผู้ดูแลพวกเรา โดยตั้งชื่อใหม่ขึ้นมาว่า คณะ "เปี่ยมสัมพันธ์" ซึ่งหมายความว่า เป็นที่รวบรวมเอาบุคคลจากทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัยที่ไม่ยอมแก่ มาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นบรรยากาศของความสัมพันธ์ที่เติบโตไปด้วยพระคุณของพระเจ้า ตั้งแต่นั้นมาเราจึงใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า คณะเปี่ยมสัมพันธ์ เป็นที่เข้าใจกันว่าเป็น คณะอนุชนอาชีพ เราลองมานึกเล่นๆ ว่าประธานของคณะเราคนแรกคือใคร เท่าที่ได้มีการบอกต่อเล่าต่อกันมานั้น ประธานคนแรกของคณะเปี่ยมสัมพันธ์ก็คือ คุณประทีป เอกวงศ์ศุภศาล ถ้าในปัจจุบันก็คือ ผป.ประทีปนั่นเอง กรรมการของเราจะมีการเลือกตั้งทุกๆ 2 ปี กิจกรรมในสมัยก่อนนั้นก็จะมีการจัดนมัสการตอนบ่ายวันอาทิตย์, เยี่ยมเยียนบ้านสมาชิก, ที่สำคัญคือการร่วมกระทำพันธกิจของ คริสตจักรร่วมกันกับคณะธรรมกิจ (ก็เพราะพวกเราเป็นกำลังสำคัญของคริสตจักร) และกิจกรรมเหล่านี้ก็ยังสืบทอดต่อกันมายังรุ่นปัจจุบันนี้ด้วย กิจกรรมใหม่ๆ ที่กรรมการรุ่นน้องๆได้จัดเพิ่มเติมจากสมัยอดีตก็จะมีศึกษาพระคัมภีร์ โดย BIT (และพอศึกษาจบพวกเราก็ได้รับประกาศนียบัตรด้วยนะคะ อีกอย่างเราก็ชวน พ่อๆ แม่ๆ พี่ๆ น้องๆ เข้ามาร่วมเรียนด้วยกันด้วยคะ) และอีกกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การพบปะสังสรรค์กับสมาชิกโบสถ์อื่นๆ ที่รุ่นราวอายุเดียวกันกับเรา สิ่งสำคัญที่เปี่ยมสัมพันธ์ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็เพื่อที่จะเสริมสร้างภาระใจพี่น้องอนุชนอาชีพที่กำลังขะมักเขม้นทำมาหากิน หาเงินสร้างฐานะ ให้แบ่งเวลาเพื่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณให้ติดสนิทและร้อนรนในการรับใช้พระเจ้า แต่ปัจจุบันนี้คณะเปี่ยมสัมพันธ์ก็มีรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมา และในขณะเดียวกันรุ่นพี่ๆ น้าๆ อาๆ ของเราก็ยังอยู่เป็นหลักให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ ทำให้ช่วงอายุของเราแตกต่างกันมาก รวมไปถึงความสนใจที่จะศึกษาพระคัมภีร์ก็แตกต่างกันไปตามช่วงอายุของแต่ละรุ่น และสมาชิกของเราบางคนก็ได้แต่งงานสร้างครอบครัว เริ่มที่จะมีลูกน้อย (หลานของพวกเรา) ให้เราได้แกล้งเป็นสาเหตุที่ทำให้ความสนใจของแต่ละรุ่นไม่ตรงกัน และเป็นจุดที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงกิจกรรมและวิธีการจัดรูปแบบของคณะเปี่ยมสัมพันธ์ ในปี 2012 ซึ่งประจวบกับเป็นปีที่ครบรอบ 30 ปี ของ คริสตจักรของเรา ณ ขณะนี้เปี่ยมสัมพันธ์แบบออกเป็นกลุ่มย่อยหลายๆ กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เริ่มสร้างครอบครัวมีบุตรแล้วซึ่งจะเรียกแทนกลุ่มนี้ว่ากลุ่ม KFC หรือจะเป็นกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันในการเรียนภาษาจีน และมีกลุ่มเซลล์ย่อยๆ หรือจะเป็นวัยที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และกลุ่มอื่นๆ อีก แต่กลุ่มเหล่านี้ก็จะรวมอยู่ในร่มคันเดียวกัน ซึ่งเรียกร่มคันนี้ว่า เปี่ยมสัมพันธ์ โดยในกลุ่มย่อยๆ นี้จะส่งตัวแทนในการเข้าร่วมเป็นกรรมการประสานงาน และมีประธานเพียงตำแหน่งเดียว ส่วนกรรมการที่เหลือเป็นกรรมการประสานงาน ทุกกลุ่มย่อยจะมีกิจกรรมเป็นของตัวเอง และจะมีพบปะสังสรรค์กันเป็นการรวมทุกกลุ่มหรือรวมคณะเปี่ยมสัมพันธ์ ทุก 2 เดือน หรือพูดง่ายๆ คือ สองเดือนครั้งนั้นเอง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการปฎิรูปครั้งใหญ่ในกลุ่มเปี่ยมสัมพันธ์ เพื่อที่จะทำให้กลุ่มเปี่ยมสัมพันธ์คงอยู่และเป็นกำลังสำคัญของคริสตจักรต่อไป ให้สมกับความหมายของคณะเปี่ยมสัมพันธ์ที่ว่า "เป็นที่รวบรวมเอาบุคคลจากทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย มาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นบรรยากาศของความสัมพันธ์ที่เติมโตไปด้วยพระคุณของพระเจ้า" พวกเราจะอยู่รวมกันด้วยพระคุณความรักของพระเจ้า และรับใช้พระเจ้าที่แสนดีของเรา คณะเปี่ยมสัมพันธ์(KC YFC) สวัสดีค่ะ หลายคนในคริสตจักรคลองเตย คงเคยได้ยินกลุ่มเล็กๆ ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม KC YFC (Klong Teoy Church Youth Family Club) ชื่อเก๋ดีมั้ยคะ จริงๆ แล้วเราไม่ได้เก๋แต่ชื่อนะคะ กิจกรรมของเราก็เก๋ไม่เบาเหมือนกันค่ะ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2010 เริ่มจัดตั้งกลุ่ม KC YFC อย่างเป็นทางการ ภายใต้คำปรึกษาจากคณาจารย์และผู้ปกครองที่คริสตจักร ซึ่งกลุ่ม KC YFC ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของคณะเปี่ยมสัมพันธ์ เพียงแต่มีความสนใจในอีกรูปแบบหนึ่ง KC YFC เป็นการรวมตัวกันของพ่อแม่มือใหม่ 4-5 ครอบครัวกลุ่มหนึ่งตั้งแต่ปี 2007 จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของพวกเรา เริ่มจากแก๊งเด็กผู้หญิงล้วน น้องเพลง น้องปราณ น้องนีน่าตามมาติดๆด้วย น้องน้ำหอม และน้องเมนี่ จากสมาชิกกลุ่มเล็กๆ เริ่มรวมตัวกลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวก็เพิ่มมากขึ้น มีข้อมูลแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ในเรื่องการเลี้ยงดูลูกอาหารการกิน เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยและรวมถึงกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของเด็กวัยเดียวกัน กิจกรรมเหล่านั้นไม่ได้ช่วยแค่เด็กให้ได้รับความเพลิดเพลินเท่านั้นแต่ยังช่วยให้บรรดาพ่อแม่ได้รับการพักผ่อนและสนุกสนุกสนานไปด้วยค่ะ เมื่อปี 2008 ผู้ปกครองเด็กเริ่มต้นรวมตัวกันผลัดกันสอนเด็กๆ ในชั้นรวีีฯ ตามแต่ใครจะถนัด มีทั้งเล่านิทาน เล่นเกมส์ ปั้นแป้งโด และร้องเพลง ปี 2009 เรา step up ขึ้นมาอีกก้าวหนึ่ง สมาชิกตัวน้อยๆของเราก็เพิ่มทวีคูณมากขึ้น จากครอบครัวละหนึ่งตัว เอ๊ย...หนึ่งคน ก็กลายเป็นสองคน ทั้งวิ่งทั้งคลานกันเต็มห้องรวีชั้นสาม บรรยากาศในเช้าวันอาทิตย์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและร้องไห้คละเคล้ากันไปค่ะ มีสีสันไปอีกแบบ เช้าวันอาทิตย์จึงเป็นวันที่เด็กๆ ตั้งตารอคอยที่จะได้มาเจอกัน ได้เล่นกัน หลังจากที่พ่อแม่มือใหม่...เริ่มปรับตัวได้กับการที่มีลิงอยู่ในบ้าน...พวกเราก็เริ่มมีความคิดว่าเราน่าจะมีโอกาสทำอะไรร่วมกันทำเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในกลุ่ม และแอบคาดหวังเล็กๆว่า สิ่งที่เราคิดนี้จะเกิดประโยชน์ต่อคริสตจักรในอนาคตซึ่งในตอนนั้นโครงการต่างๆ ยังมุ่งเน้นในกิจกรรมสันทนาการเพื่อกระตุ้นพัฒนาการให้กับลูกแกะของเราเอง และมีผลพลอยได้ให้กับพ่อแกะแม่แกะได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
คณะอนุชน
คณะอนุชน คือคนในช่วงอายุที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัย หรืออายุใกล้เคียงกัน โดยปกติอนุชนจะมีการสามัคคีธรรมกันในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ มีออกไปเยี่ยมเยียนอนุชนในคริสตจักรอื่นๆ บ้าง ทำโครงการหารายได้ รวมตัวกันทำกิจกรรมนอกสถานที่บ้าง และไปรับประทานอาหารด้วยกันบ้าง ในช่วงปี 2009 - 2011 มีการสามัคคีธรรมในช่วงบ่ายวันอาทิตย์กันอยู่แต่น้อยลง เพราะแต่ละคนก็มีธุระความรับผิดชอบที่ทำให้มาร่วมไม่ได้ คนที่ร่วมสามัคคีธรรมตอนบ่ายวันอาทิตย์จึงลดลงและเหลือน้อยมาก และด้วยสาเหตุนี้เอง คณะอนุชนจึงรวมตัวกับคณะยุวชน โดยจะรวมตัวกันในการสามัคคีธรรมและกิจกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตามอนุชนหลายคนมีส่วนร่วมในการเล่นดนตรี ในการนมัสการโดยได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ๆ และผู้รับใช้ ครั้งหนึ่งอนุชนคิดอยากจะทำอะไรที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของเราเอง จึงวางแผนกันทำเสื้อ อนุชนตกลงกันว่าจะทำเสื้อโปโลสีเทาปักด้ายสีส้มโดยมีโลโกรูปแกะและคำเขียนว่า "Tend my sheep" ซึ่งอิงกับหัวข้อการรับใช้ของคริสตจักรในปีนั้น ซึ่งต่อมาในช่วงวิกฤตนำ้ท่วมปี 2011 ทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยนำ้ท่วมของคริสตจักรได้เลือกเสื้อที่อนุชนจัดทำขึ้นเป็นเสื้อทีม นับว่าเป็นความยินดีของอนุชนที่ได้ออกแบบลายเสื้อที่เป็นประโยชน์ต่อคริสตจักร นอกจากนี้อนุชนมีส่วนร่วมในงานรับใช้ของคริสตจักร เช่น ในงานมิชชั่น หรือร่วมทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยนำ้ท่วมของคริสตจักร ปัญหาที่พบในปัจจุบัน อนุชนไม่มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอนุชนแต่ละคนไม่ดี ขาดการสามัคคีธรรมร่วมกัน ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือเรื่องการรับใช้ อนุชนหลายคนมีบทบาทในการรับใช้ในคริสตจักรลดลงจนถึงไม่มีบทบาทเลย ถึงกระนั้นอนุชนก็ยังมีความตั้งใจและอยากเห็นกลุ่มอนุชนที่เข้มแข็งในอนาคต คือ อยากเห็นกลุ่มยุวชนที่เป็นปึกแผ่นมีความเชื่อและความรักในพระเจ้า ร่วมกันรับใช้ อยากให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในงานของกลุ่มอนุชน
คณะยุวชน
คณะยุวชน ในปี ค.ศ. 2011 เราจะไปเข้าค่ายที่บ้านพักปรานบุรี แต่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น จนมีข่าวว่าอาจทำให้เกิดสึนามิในประเทศไทย แล้วเกิดผลกระทบกับบ้านที่อยู่ริมทะเล ซึ่งอาจกระทบกับการจัดค่าย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงย้ายมาจัดที่คริสตจักรคลองเตยแทน ในวันที่ 16 เมษายน อนุชน – ยุวชนได้มีส่วนร่วมในการไปล้างสุสาน และในวันที่ 22 – 24 ตุลาคม ยุวชนได้มีส่วนร่วมในการไปค่ายมิชชั่นกับทีมประกาศคริสตจักร ซึ่งในค่ายนั้นมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ ความรับผิดชอบโดยการร้อยลูกปัด เล่นกีฬาฟุตบอล และยังได้ฟังเรื่องของพระเจ้าจากอาจารย์หลายๆ ท่านร่วมกัน แล้วเรายังได้นำของไปแจกให้เด็กๆ ที่นั้น เด็กๆ น่ารักกันมากๆ เลยค่ะ ส่วนปีนี้ได้เกิดอุทกภัยใหญ่ในประเทศไทย คณะยุวชนได้มีโอกาสในการช่วยเหลือคริสตจักรบรรจุถุงยังชีพ และนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย
คริสตจักรคลองเตย (สุขุมวิท 93)
คริสตจักรคลองเตย (สุขุมวิท 93)
สถานรับเลี้ยงเด็กคริสเตียนชิลเดรนส์เฮาส์ (สุขุมวิท 93)
ที่อยู่141 ซอยพึ่งมี 9 (พึ่งพระธรรม) ถนนสุขุมวิท 93 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทรศัพท์02-332-4257, 02-332-9147-9
โทรสาร02-332-4289
e-mailphratham@yahoo.com
 
อาจารย์ประจำ ศจ.บุญยก บุญทา
ศจ.วรรณา บุญทา
ศจ.เกศรินทร์ สมิท
คศ.มัทรี สิริชนะพร
คศ.กำชัย อุทัยแสนปรีดา
คศ.พัชราภรณ์ อุทัยแสนปรีดา
 
แผนที่คริสตจักร